ตอนที่ 44 หรือว่าพลังวิวัฒนาการของพ่อคือการมุดดิน?
แม้ว่าหมู่บ้านหยางกวงที่ลู่ชวนอาศัยอยู่จะเป็นหมู่บ้านเก่า แต่ก็มีโครงสร้างแบบหนึ่งลิฟต์สองห้องเช่นกัน
เมื่อเห็นว่าประตูห้องทั้งสองห้องบนชั้นหกยังคงเปิดอยู่ ลู่ฉีฉีจึงเข้าไปสำรวจและพบว่าพวกมันเต็มไปด้วยเสบียงกรังสารพัดรูปแบบ
หลังจากเดินเข้าไปในห้อง ก็มองเห็นข้าวสารหลายกระสอบกองอยู่ในห้องครัว
ลู่ฉีฉีลองนับดูคร่าว ๆ ข้าวสารกระสอบละห้าสิบชั่งในห้องนั้นถูกเตรียมไว้มากถึงเกือบสิบกระสอบ!
ส่วนนมผงที่เธอจำเป็นต้องใช้ชงดื่มยิ่งมีกองอยู่เป็นจำนวนมาก มีแบรนด์ดัง ๆ อยู่หลายแบรนด์เลยทีเดียว
นมผงแบบกระป๋องวางเรียงรายจนเต็มตู้เก็บของ ด้านนอกยังกองสุมกันเป็นจำนวนมากจนเหมือนกับภูเขาลูกย่อม ๆ แถมด้านบนยังมีการนำนมผงแบบถุงมาวางกองทับไว้อีกด้วย
เมื่อมองดูภูเขานมผงที่กองสุมอยู่ตรงหน้า ลู่ฉีฉีถึงกับเบิกตากว้างอยู่พักหนึ่ง เธอจินตนาการไม่ออกเลยว่าตัวเองจะต้องดื่มนมผงมากมายขนาดนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่
เกรงว่ากว่าจะดื่มนมผงเหล่านี้หมด ตัวเธอคงจะอบอวลไปด้วยกลิ่นนมจนเข้าเนื้อไปแล้ว
นอกจากนี้ยังมีน้ำแร่จำนวนมหาศาลกองอยู่ในบ้าน สูงถึงสามเมตรจนชนเพดานห้อง
มันกองสุมกันจนเหมือนภูเขาลูกย่อม ๆ เช่นกัน ด้วยร่างกายที่ยังเป็นทารกและต่ำเตี้ยของลู่ฉีฉีในตอนนี้ เธอไม่สามารถปีนขึ้นไปได้เลยด้วยซ้ำ
นอกเหนือจากนี้ยังมีของใช้ในชีวิตประจำวันอีกมากมาย แต่โดยพื้นฐานแล้วล้วนเป็นของใช้เฉพาะสำหรับทารกทั้งสิ้น
ยกตัวอย่างเช่น ผ้าอ้อมสำเร็จรูปรูปแบบต่าง ๆ ขวดนม รวมถึงผ้ากันเปื้อน เป็นต้น
ของเล่นเด็กสารพัดชนิด แผ่นการ์ดเรียนรู้คำศัพท์ และหนังสือนิทาน เป็นต้น ลู่ชวนขนกลับมาไม่น้อยเลยในรูปแบบที่หลากหลาย
เพราะอย่างไรเสียลู่ชวนก็ไม่เคยเลี้ยงเด็กมาก่อน เขาไม่รู้เลยว่าในกระบวนการเติบโตของทารกคนหนึ่งนั้นควรจะต้องเอาสิ่งของอะไรมาบ้าง
ดังนั้น ขอเพียงแค่เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับทารกที่เขามองเห็นในตอนที่ออกไปกวาดล้าง ลู่ชวนก็สั่งให้ซอมบี้เหล่านี้ขนกลับมาทั้งหมดโดยไม่ตกหล่นเลยแม้แต่ชิ้นเดียว
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มันเป็นวันสิ้นโลกแล้ว ของพวกนี้ก็ไม่ได้ต้องใช้เงินซื้ออยู่ดี
และในใจของลู่ชวนก็รู้ดีว่า โลกที่กลายเป็นความโหดร้ายเช่นนี้ไม่มีทางที่จะราบรื่นไปได้ตลอด ดังนั้นการรีบขนย้ายเสบียงกลับมาไว้ที่บ้านให้เร็วที่สุดจึงจะทำให้รู้สึกสบายใจขึ้นได้บ้าง
จากนั้น พอขนไปขนมา เสบียงกรังต่าง ๆ ก็ถมจนเต็มพื้นที่ทั้งหมดแล้ว
เหลือเพียงพื้นที่บางส่วนในห้องนั่งเล่นเท่านั้น ซึ่งนี่เป็นพื้นที่ที่ลู่ชวนใช้สำหรับฝึกฝนทักษะการต่อสู้ของตนเอง
เมื่อมองดูสิ่งของสารพัดสิ่งที่มีอยู่เต็มบ้าน ในขณะที่ลู่ฉีฉีรู้สึกตกตะลึง ในใจของเธอก็รู้สึกถึงกระแสน้ำอุ่นที่หลั่งไหลผ่านเข้ามา
พ่อซอมบี้รวบรวมเสบียงมากมายขนาดนี้ เห็นได้ชัดว่าทั้งหมดก็เพื่อตัวเธอเอง เพราะอย่างไรเสียตัวเขาที่เป็นซอมบี้ก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ของใช้สำหรับทารกเหล่านี้เลย
มือเล็ก ๆ ของลู่ฉีฉีลูบไล้เสบียงเหล่านี้เบา ๆ ดวงตาที่ขาวดำแยกแยะอย่างชัดเจนเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ
ในโลกที่วุ่นวายโกลาหลเช่นนี้ การรวบรวมเสบียงมากมายขนาดนี้แล้วขนกลับมาที่บ้าน คิดว่าพ่อซอมบี้จะต้องออกแรงและลำบากอย่างมากแน่นอน
เพราะขนาดแค่เธอมองดูเสบียงมากมายขนาดนี้ก็ยังรู้สึกตกใจเลย
“พ่อซอมบี้ทำได้อย่างไรกันแน่?”
“การที่จะขนเสบียงมากมายขนาดนี้กลับมาได้ คงไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลยใช่ไหม?”
เมื่อมองดูเสบียงที่เต็มบ้าน ลู่ฉีฉีก็อดไม่ได้ที่จะตกอยู่ในความภวังค์ความคิด
เพราะถึงแม้ว่าซอมบี้จะไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยจนเกินไปเหมือนอย่างมนุษย์ แต่ถึงอย่างไรก็มีแค่สองมือ ความสามารถย่อมมีจำกัด ข้าวสารเหล่านี้การที่จะขนกลับมาคงไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น
ในวันปกติถ้าพ่อไม่ดูแลเธอ เขาก็จะฝึกซ้อมทักษะการต่อสู้ จำนวนครั้งที่ออกไปข้างนอกนับว่าน้อยมากจนแทบจะนับนิ้วได้
การพึ่งพาซอมบี้เพียงตัวเดียวแล้วต้องการขนย้ายเสบียงมากมายขนาดนี้ ย่อมต้องใช้เวลาเป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน
แต่ตัวเองก็ไม่เคยเห็นพ่อซอมบี้ของเธอ ใช้เวลามากมายขนาดนั้นในการออกไปรวบรวมเสบียงเลยนี่นา……
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ลู่ฉีฉีก็อดไม่ได้ที่จะตกอยู่ในภวังค์ความคิด แต่หลังจากนั้นดวงตาของเธอก็พลันสว่างวาบขึ้นมาทันที
จริงด้วย พ่อซอมบี้มีแนวโน้มอย่างมากว่าไม่ใช่ซอมบี้ระดับต่ำทั่วไป!
ถ้าหากเขาเป็นซอมบี้สายวิวัฒนาการ เช่นนั้นแล้วมันก็สามารถอธิบายเหตุผลได้กระจ่างชัด
มีความเป็นไปได้สูงมากว่า เหตุผลที่สามารถขนย้ายเสบียงมากมายขนาดนี้ได้ เป็นเพราะมีความเกี่ยวข้องกับพลังวิวัฒนาการของพ่อซอมบี้
ลู่ฉีฉียิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามีความเป็นไปได้นี้ เพราะถ้าหากเป็นแค่ซอมบี้ธรรมดา จะสามารถขนย้ายเสบียงมากมายขนาดนี้ได้อย่างไร?
“แต่ว่าพลังวิวัฒนาการของพ่อคืออะไรกันแน่? นานขนาดนี้แล้วฉันกลับดูไม่ออกเลยแม้แต่นิดเดียว”
โดยปกติแล้วหลังจากที่ซอมบี้วิวัฒนาการ ไม่มากก็น้อยย่อมสามารถแสดงออกมาให้เห็นในด้านใดด้านหนึ่ง
แต่อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ลู่ฉีฉีก็ยังไม่มีเบาะแสใด ๆ เลย สามารถรับรู้ได้เพียงแค่ว่าพ่อซอมบี้ของเธอมีความบึกบึนและมีความคล่องตัวมากกว่าซอมบี้ทั่วไปเท่านั้นเอง
นอกเหนือจากนี้ ดูเหมือนว่าจะไม่มีจุดไหนที่พิเศษเลย
ลู่ฉีฉีนั่งลงบนโซฟา เริ่มค้นหาในสมองของเธอเกี่ยวกับพลังที่แปลกประหลาดของซอมบี้สายวิวัฒนาการระดับหายากที่เธอเคยพบเจอในชาติก่อน
อันที่จริง ซอมบี้ที่มีพลังแปลกประหลาดนั้นมีอยู่ไม่น้อยเลยจริง ๆ แต่ลู่ฉีฉีคิดอยู่ตั้งนาน ก็ไม่รู้ว่าจะเอามาจับคู่ให้ตรงกับพ่อซอมบี้ของเธอได้อย่างไร
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้เพิ่งจะเป็นช่วงเริ่มต้นของวันสิ้นโลก ซอมบี้ส่วนใหญ่ที่มีพลังแปลกประหลาดมักจะเริ่มปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัดในช่วงกลางและช่วงปลาย
ซอมบี้ที่ตื่นขึ้นพร้อมพลังพิเศษในช่วงเริ่มต้น ก็เปรียบเสมือนอัจฉริยะในการฝึกยุทธ์ในสำนักของมนุษย์ ซึ่งจัดว่าเป็นประเภทหนึ่งในหมื่นอย่างแน่นอน
เมื่อมองดูเสบียงที่เต็มบ้าน ลู่ฉีฉีขมวดคิ้ว หรือว่า…… จะเป็นพลังมุดดิน?
ซอมบี้ธาตุดินที่ปลุกพลังมุดดินขึ้นมา จะสามารถมุดเดินทางไปใต้ดินได้ตามใจปรารถนา ซึ่งช่วยลดระยะเวลาในการเคลื่อนที่ได้อย่างมหาศาล
การที่ต้องการขนย้ายเสบียงจำนวนมากเข้ามาในบ้านได้อย่างรวดเร็ว ในมุมมองของลู่ฉีฉีแล้ว เกรงว่าจะมีเพียงซอมบี้มุดดินเท่านั้นที่ทำได้
นอกเหนือจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นซอมบี้ที่ตื่นขึ้นพร้อมกับพลังมิติ เช่น การเคลื่อนย้ายเสบียงสารพัดสิ่งเข้ามาในห้องโดยตรงผ่านพลังแห่งมิติ
แต่ความเป็นไปได้นี้ ลู่ฉีฉีคิดเพียงแค่แวบเดียวก็ปัดตกไป เพราะอย่างไรเสียพลังแห่งมิติต่างหากที่เป็นพรสวรรค์ที่หายากมาก ๆ
มิติและเวลานั้นเป็นสองสิ่งดำรงอยู่ ที่ทรงพลังที่สุดตลอดกาล เมื่อเวลาไม่ปรากฏมิติจึงเป็นใหญ่ ผู้ที่มีพรสวรรค์ด้านมิติ ย่อมมีศักยภาพที่จะประสบความสำเร็จในการเป็นยอดฝีมือระดับแนวหน้าในอนาคตได้อย่างแน่นอน
และซอมบี้ที่มีพรสวรรค์ด้านมิติเช่นนี้ ในชาติก่อนลู่ฉีฉีก็เคยได้ยินมาเพียงแค่ตัวเดียวเท่านั้น พรสวรรค์ประเภทนี้มันหายากเกินไป
นอกจากนี้ แม้ว่าพลังมิติจะมีศักยภาพที่ยิ่งใหญ่และมีความแข็งแกร่งทรงพลังก็ตาม แต่ก็เหมือนกับการควบคุมเวลาของตัวเธอเอง ในช่วงเริ่มต้นหากต้องการจะขับเคลื่อนมัน จำเป็นต้องสิ้นเปลืองพลังงานอย่างมหาศาล
ต่อให้ในตอนนี้ตัวเธอเองจะทะลวงผ่านเข้าสู่ระดับสองแล้วก็ตาม โดยพื้นฐานแล้วลู่ฉีฉีก็ยังคงใช้พลังควบคุมวัตถุในการต่อสู้เป็นหลัก
ในสถานการณ์ที่ความแข็งแกร่งในช่วงเริ่มต้นของวันสิ้นโลกยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง พรสวรรค์ระดับนี้ไม่มีทางที่จะสำแดงออกมาได้บ่อย ๆ การใช้พลังมิติมาขนย้ายเสบียงคงจะดูเป็นการสิ้นเปลืองของขวัญจากฟ้าไปหน่อยไม่มากก็น้อย
หลังจากลู่ฉีฉีคิดดูแล้ว เธอก็ยังคงตัดสินใจที่จะตัดสินพลังของพ่อซอมบี้ให้เป็นพลังมุดดินไปก่อนเป็นการชั่วคราว
เพราะเมื่อเทียบกับพรสวรรค์ด้านมิติแล้ว พรสวรรค์ประเภทมุดดินนี้มีความเป็นไปได้ที่มากกว่า และยังสามารถตอบสนองความต้องการในการกักตุนเสบียงได้อีกด้วย
ลู่ฉีฉียังอยากจะลงไปดูที่ชั้นล่างต่อ แต่ในเวลานี้กลับได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวดังมาจากประตูทางเข้าอาคาร
หากไม่ผิดพลาด ย่อมเป็นพ่อที่ออกไปข้างนอกแล้วกลับมา เพื่อไม่ให้เปิดเผยความสามารถในปัจจุบันของตนเอง ลู่ฉีฉีจึงรีบวิ่งกลับไปที่ห้องนอนบนชั้นเจ็ด แสร้งทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ทว่าภายในใจกลับรู้สึกตื่นเต้นอยู่บ้าง
คิดไม่ถึงเลยนะ พ่อ คุณนี่ทำให้ฉันตกตะลึงได้จริง ๆ !
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น