-->

วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ตอนที่ 412 มันฝรั่งเขี้ยวหมา



ตอนที่ 412 มันฝรั่งเขี้ยวหมา


ลู่หลีรู้สึกพอใจมาก พ่อค้าเองก็พอใจมากเช่นกัน ทั้งสองคนสบตากันแล้วหัวเราะฮิฮิ

"เอาล่ะ ตามนี้เลยนะ เย็นนี้เปิดแผงให้ตรงเวลาล่ะ~ จริงสิ ต่อไปคุณต้องเดินทางไปพร้อมกับฉัน คุณอยากไปเปิดห้องพักที่โรงแรมไหม?"

พ่อค้ามีท่าทีลังเล "จะแพงไปหรือเปล่าครับ ผมยังไม่มีเงินติดตัวเลย..."

แม้แต่คอมพิวเตอร์แสงเขาก็ยังไม่ได้ซื้อ

ลู่หลีกล่าวว่า "ไม่เป็นไร~ มีราคาสำหรับพนักงาน ราคาถูกมาก"

จากนั้น ลู่หลีก็จัดการบริการแบบครบวงจรให้เขา ทั้งพาไปเปิดห้องพักและไปเช่าคอมพิวเตอร์แสง

เรียบร้อย!

พ่อค้าถึงกับน้ำตาคลอ พ่อค้าลู่ช่างดีเหลือเกิน! จัดการดูแลให้ทุกอย่างเลย!

เมื่อพ่อค้ากลับถึงห้องพักในโรงแรม เขาก็เช็ดน้ำตา แล้วเริ่มป่าวประกาศสรรพคุณของลู่หลีลงบนเน็ต

ทุกคนมาซื้อสลากขูดจากร้านนี้กันเถอะ! มันได้รางวัลจริงๆ!

พร้อมกันนั้นเขายังแนบรูปถ่ายแผงขายของทอด ซึ่งในตู้แช่เต็มไปด้วยเนื้อเสียบไม้ที่แน่นเอี้ยด ทุกไม้ดูสดและน่ากินเป็นพิเศษ

ใต้โพสต์มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย ส่วนใหญ่เป็นชาวฐานที่มั่นอิ๋นอวี่

【เย็นนี้จะเปิดแผงที่ตลาดมืดไหม? ฉันต้องไปกินให้ได้!】

【ว้าว สมัยยุคอารยธรรมฉันชอบกินพวกจั๊งค์ฟู้ดแบบนี้ที่สุดเลย! ไม่นึกว่าจะได้กินอีก!】

【หวนคืนวันวานสุดๆ! ฉันยังคิดอยู่เลยว่าทำไมยังไม่มีใครขูดได้ของทอดเสียบไม้!】

【ยังมีบาร์บีคิวอีก! อันนั้นก็อร่อยสุดๆ เหมือนกัน!】

พ่อค้าอ่านคอมพิวเตอร์ด้วยความดีใจและตอบกลับทีละคน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้รับความสนใจจากผู้คนมากมายเช่นนี้

ทางด้านลู่หลีเพิ่งเดินมาถึงหน้าร้านลอตเตอรี่ ก็เห็นคนกำลังแลกเปลี่ยนเครื่องทำอาหารสำหรับตลาดมืดออกมา

ช่วงเวลานี้ช่างประจวบเหมาะจริงๆ

ลู่หลีเดินตรงเข้าไปหา แล้วตบไหล่พ่อค้าที่กำลังจดจ่ออยู่กับการศึกษาเครื่องเล่นอยู่

ทำเอาพ่อค้าสะดุ้งโหยง นึกว่าจะมีคนมาแย่งเครื่องไปเสียแล้ว เตรียมจะตะโกนเรียกพ่อค้าลู่ให้มาช่วยเต็มที่

ไม่นึกว่าพอหันกลับมาจะเจอกับสายตายิ้มแย้มของลู่หลี เขาจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ลู่หลีชี้ไปที่เครื่องนั้นแล้วถามว่า "เป็นของกินอะไร?"

พ่อค้าหยิบการ์ดใบเล็กขึ้นมา แล้วอ่านข้อความบนนั้นว่า "มันเป็นมันฝรั่งเขี้ยวหมาครับ!"

ดวงตาของลู่หลีเป็นประกาย อันนี้ก็อร่อย ดีจริงๆ ทั้งหมดล้วนเป็นของที่เธอชอบกินทั้งนั้น!

วันไหนไม่อยากกินอาหารเย็นเพื่อสุขภาพ ก็ไปที่ตลาดมืดแล้วเดินกินตั้งแต่ต้นซอยยันท้ายซอย รู้สึกมีความสุขมาก!

"ดีเลย!" ลู่หลีกล่าวอย่างร่าเริง

แม้พ่อค้าจะไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงดีใจขนาดนั้น แต่เขาก็พลอยดีใจตามไปด้วย

"งั้น พ่อค้าลู่ คุณจะรับสักที่ไหมครับ?" พ่อค้าถูมือไปมา

พอดีผมก็ยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงด้วย เหมาะเลย! พ่อค้าคิดในใจ

"เอาสิ!" ลู่หลีตอบรับ ถึงแม้จะเพิ่งกินมื้อเที่ยงไปไม่นาน แต่ก็ไม่เป็นไร

มันฝรั่งเขี้ยวหมาแค่ที่เดียวไม่ทำให้อิ่มจนเกินไป

จากนั้นทั้งสองก็เดินเลี่ยงออกจากฝูงชนไปในที่ที่คนน้อยเพื่อเปิดเครื่อง!

มันเป็นหม้อทอดน้ำมัน ข้างในมีตะแกรงเหล็กรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีขนาดพอดีกันเป๊ะ

หลังจากเครื่องทำงาน ในตะแกรงก็ปรากฏเส้นมันฝรั่งรูปทรงหยักๆ ออกมา

พ่อค้ายังแปลกใจเล็กน้อย "เอ๊ะ นี่มันฝรั่งเหรอครับ? ทำไมรูปทรงเป็นแบบนี้ล่ะ? เหมือนคนเอาไปกัดเลย"

"ฮ่าๆๆ ไม่งั้นจะเรียกว่ามันฝรั่งเขี้ยวหมาได้ยังไงล่ะ?" ลู่หลีถูกคำพูดของเขาทำให้หัวเราะออกมา

พ่อค้าเกาหัว "นั่นสินะครับ พอพูดแบบนี้ก็เหมือนจริงๆ ด้วย"

ทั้งสองคนต่างจับจ้องไปที่มันฝรั่งเขี้ยวหมาที่ลอยขึ้นลอยลงในหม้อทอดน้ำมัน

จนกระทั่งทอดเสร็จ ไฟสัญญาณเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเขียว ลู่หลีก็ยกตะแกรงขึ้นมาทันที

เธอสะบัดตะแกรงสองสามครั้งอย่างชำนาญ เพื่อให้น้ำมันที่เกาะอยู่บนมันฝรั่งหยดออกไปบ้าง

จากนั้นก็นำมาเทใส่ถาดเหล็กที่อยู่ข้างๆ ลู่หลีมองไปยังบรรดาเครื่องปรุงที่วางเรียงรายอยู่ข้างถาด

ทั้งผักชี ต้นหอม... เธอคิดว่าต้องใส่ทุกอย่าง จึงหยิบถ้วยกระดาษแบบใช้แล้วทิ้งขึ้นมา

มือหนึ่งถือถ้วยกระดาษ อีกมือถือที่คีบเหล็ก ตักลงในถ้วยหนึ่งช้อน แล้วเติมเครื่องปรุงเหล่านี้ตามลำดับ จากนั้นก็คลุกเคล้าให้เข้ากัน

เธอหยิบไม้จิ้มขึ้นมา แล้วชิมภายใต้สายตาของพ่อค้า ดวงตาของเธอก็เป็นประกายทันที "อร่อยแฮะ!"

พ่อค้าที่ท้องหิวและรอคอยมานาน เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งทนไม่ไหว

เขาทำตามแบบอย่างของลู่หลี หยิบถ้วยกระดาษและไม้จิ้มจากด้านล่างมา แล้วตักมันฝรั่งใส่ลงไปหนึ่งช้อน

จากนั้นก็นึกทบทวนวิธีการของเธอ แล้วเติมเครื่องปรุง ลู่หลีคอยชี้แนะเป็นระยะ "อันนี้ไม่ต้องใส่เยอะขนาดนั้น"

พ่อค้าก็หัวไว รสชาติที่ทำออกมาอร่อยมาก โดยเฉพาะการทอดมันฝรั่งที่ทอดออกมาได้ดีสุดๆ

ไม่แห้งจนเกินไปและไม่ดิบจนเกินไป อยู่ในระดับที่พอดีเป๊ะ

ทั้งสองคนต่างถือถ้วยคนละใบแล้วยืนกินกันอย่างมีความสุข ตามที่ลู่หลีบอก มันฝรั่งเขี้ยวหมาแค่ที่เดียวไม่ทำให้จุกท้อง

ถึงขั้นที่ว่าอร่อยจนเธออยากจะเบิ้ลอีกสักที่ แต่ก็เกรงว่ากินเยอะไปจะไม่ดี

จึงได้แต่ยอมวางถ้วยกระดาษและไม้จิ้มลงด้วยความอาลัยอาวาส ส่วนพ่อค้ากินที่แรกหมดอย่างรวดเร็ว ก็รีบทำให้อีกที่หนึ่ง

เขาสวาปามส่วนที่เหลือจนหมด มันอร่อยจริงๆ!

ขั้นตอนต่อไปก็เหมือนเดิม หากตัดสินใจว่าจะไปเปิดแผงที่ตลาดมืด ก็ต้องไปเปิดห้องพักที่โรงแรม

เพราะต้องคอยติดตามไปเรื่อยๆ คงไม่นอนข้างถนนหรอกใช่ไหมล่ะ?

การเปิดห้องพักเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด มีราคาสำหรับพนักงาน ไม่แพงจนเกินไป แถมยังมีสภาพแวดล้อมการพักผ่อนที่ดี

ตอนกลางคืนเปิดแผง ตอนกลางวันก็นอนหลับชดเชยได้ สองต่อสองแบบนี้ไม่ใช่เรื่องดีหรอกหรือ?

หลังจากลู่หลีจัดแจงพ่อค้ารายนี้เรียบร้อยแล้ว เธอก็เดินเตร็ดเตร่กลับไปที่ร้านลอตเตอรี่

เธอยืนดูจากระยะไกลอยู่ครู่หนึ่ง รางวัลของทุกคนมีหลากหลายรูปแบบ

ทั้งผลไม้ อาวุธ ของใช้ประจำวัน คริสตัลนิวเคลียส รวมถึงของแปลกๆ ประหลาดๆ อีกมากมาย

ตัวอย่างเช่น รางวัลที่เธอเคยเห็นก่อนหน้านี้เป็นทิชชูแผ่นหรืออะไรสักอย่างนี่แหละ ที่สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ทุกสิ่งทุกอย่าง

ทำเอาเธอตกใจมากทีเดียว

แต่พักหลังมานี้เธอไม่ค่อยได้สนใจว่าคนอื่นๆ ขูดได้รางวัลอะไรกันบ้าง จะมีก็ตามติดก็เฉพาะคนที่ขูดได้รางวัลที่หนึ่งหรือเครื่องทำอาหารสำหรับตลาดมืดเท่านั้น

เธอกลับมาที่ร้านลอตเตอรี่ ไม่นึกว่าเสิ่นปิงจะอยู่ที่นี่ด้วย เธอจึงยกมือทักทายแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป

เพิ่งจะออกไปเดินเล่นมา การกลับมาล้างมือที่บ้านเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว

ขณะที่กำลังจะปิดประตู เธอก็เห็นเสิ่นปิงเอาเท้ามาขวางไว้ จากนั้นเขาก็แทรกตัวเข้ามาอย่างคล่องแคล่ว

แล้ว "แปะ" ปิดประตูลงทันที

ลู่หลี: ?

เธอยังไม่ทันจะได้พูดอะไร ก็ถูกเสิ่นปิงโผเข้ากอดเต็มรัก โอบรัดไปทั้งเอวของเธอ

เธอเผลอขยับตัวไปข้างหน้าสองก้าว เขย่งปลายเท้า แล้วโอบรอบคอเขาจากด้านบน

"เป็นอะไรไป?" ลู่หลีลูบที่ท้ายทอยของเขาแล้วถามเบาๆ

เสิ่นปิงไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่ฝังใบหน้าลงบนลำคอของเธอ สูดดมกลิ่นกายของเธออย่างเอาแต่ใจ

เป็นกลิ่นที่ทำให้รู้สึกวางใจจริงๆ

เขาใช้แก้มถูไถไปกับผิวพรรณของเธอ และใช้ริมฝีปากจูบไปที่ลำคอของเธอโดยไม่รู้ตัว

ลู่หลีรู้สึกจั๊กจี้จนต้องหลุดหัวเราะออกมา "เป็นอะไรไป เป็นอะไรไป? เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งขยับ"

เสิ่นปิงกอดเธอไว้นิ่งๆ อย่างว่าง่าย จากนั้นลู่หลีก็แกะมือที่เขากอดเอวเธอออก

เขาก็แสดงสายตาที่น่าสงสารออกมาทันที ทำท่าเหมือนมีอะไรจะพูดแต่ก็เงียบไป

ลู่หลีไม่ได้สังเกต เธอหยิบมือทั้งสองข้างของเขาขึ้นมาวางบนไหล่ของเธอเอง

"กอดแบบนี้จะดีขึ้นไหม?" ลู่หลีกล่าวพลางซบหน้าเข้าหาอ้อมกอดของเขา โอบรัดเอวที่แข็งแรงของเขาไว้แน่น

เสิ่นปิงเผยรอยยิ้มออกมาอีกครั้ง เขาโอบกอดไหล่ของเธอไว้ สามารถโอบเธอไว้ได้ทั้งตัวแบบนี้ ดูเหมือนจะแนบชิดกันมากกว่าเดิมหรือเปล่านะ?

ร่างกายของเธอนุ่มนิ่มและหอมหวานเหลือเกิน อยากจะกอดแบบนี้ตลอดไปจัง

เขานึกในใจอย่างไม่รู้ตัว แล้วพึมพำว่า "หลีหลี เธอชอบใครมากที่สุดเหรอ?"

ถามจบเขาก็นึกเสียดายขึ้นมา ทำไมถึงได้โลภมากขนาดนี้นะ?

ลู่หลี: อืม...?

(จบตอน)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บันทึกแล้ว
⚠️ บันทึกไว้แล้ว!

📚 ชั้นหนังสือของฉัน

🔔 0
รายชื่อตอน
× LIST OF CHAPTERS กำลังโหลด...
กำลังดึงรายการ...
🎁

ส่งของขวัญให้ผู้แปล 💖

ขอบคุณที่สนับสนุนผู้แปลค่ะ 💕

×