ตอนที่ 404 มานั่งสิ
โถ่เอ๊ย พูดซะดิบดี แต่ลู่หลีไม่ฟังหรอก
เรื่องจูบเนี่ย จะปล่อยให้คนอื่นได้เปรียบไปได้ยังไงกันล่ะ ไม่เข้าท่าเลย!
"ใครบอกนายว่าไม่พูดแปลว่าตกลง ความคิดแบบนี้น่ะต้องแก้รู้ไหม?" ลู่หลีขยับถอยหลังไปอีกนิด ไขว่ห้าง แล้วกอดอก
ท่าทางผ่อนคลายสุด ๆ
หวังหยางกลืนน้ำลายอึกใหญ่ "รู้แล้วครับ งั้นตอนนี้ได้ไหม?"
ลู่หลีพยักหน้าเบา ๆ แต่ยังไม่ทันจะพยักเสร็จ เจ้าหมอนี่ก็พุ่งเข้ามาอย่างรีบร้อน เหมือนกับพระเอกมาดบอสในนิยายไม่มีผิด ทั้งบีบเอวทั้งจับคอ
แถมยังจูบแบบเร่าร้อนเหมือนไม่เคยจูบใครมาก่อนในชีวิต ราวกับอากาศทั้งหมดถูกแย่งชิงไป ลู่หลีแทบจะหายใจไม่ทัน
จูบไปจูบมา ไม่รู้ทำอีท่าไหน ลู่หลีถึงไปนั่งอยู่บนตักของหวังหยาง ร่างกายของเขาเกร็งเขม็ง เขาผละริมฝีปากออก มือหนึ่งประคองท้ายทอยเธอ อีกมือโอบเอวไว้
หน้าผากชนหน้าผาก หอบหายใจเบา ๆ ไอร้อนพุ่งกระจายเต็มใบหน้าของลู่หลี
บรรยากาศกำกวมขนาดนี้ ลู่หลีกลับมัวแต่คิดว่า โชคดีนะที่เขาไม่มีกลิ่นปาก แถมเพิ่งกินผลไม้มา ตอนนี้ในปากเลยมีแต่ความหอมสดชื่นของแตงโม
"จูบพอหรือยัง?" ลู่หลีถาม
หวังหยางเอียงหัวเล็กน้อย แล้วจูบลงไปอีกครั้ง จูบพอเหรอ? เป็นไปได้ยังไงกันล่ะ?
มือของเขาโอบอยู่ที่เอวของเธอ ราวกับจะลุกเป็นไฟ แม้จะกั้นด้วยเสื้อผ้าแต่ก็รับรู้ได้ถึงความร้อนระอุ ทว่าเขาก็ไม่ทำอะไรเกินเลยไปกว่านั้น
จูบแล้วจูบเล่า เสียงหอบหายใจของเขาดังอยู่ข้างหู ผสานไปกับสัมผัสอันแนบชิดของริมฝีปากที่ขยับบดเบียดกัน เพลงในห้องคาราโอเกะยังคงบรรเลงไม่หยุด แต่ก็ไม่อาจกลบเสียงหัวใจที่เต้นรัวของทั้งคู่ได้
ลู่หลีผลักเขาออก ถึงได้เพิ่งตระหนักว่าตัวเองเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดคนอื่นเสียแล้ว "นาย..."
ไม่ใช่สิ อะไรมันแข็ง ๆ ทิ่ม ๆ แบบนี้? ความคิดนี้แวบเข้ามา ลู่หลีก็หลุดขำออกมา เข้าใจทันที แต่ไม่ได้พูดอะไร
หวังหยางกอดเธอแน่น นิ้วหัวแม่มือลูบไล้ไปมาที่เอวของเธอ
ลู่หลีรู้สึกจั๊กจี้จนอดไม่ได้ที่จะหดตัวและขยับก้นหนี
แต่กลับถูกหวังหยางกดเอวไว้แน่น เสียงของเขาแหบพร่า "อย่าขยับ..."
ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะหยุดไปแล้ว แต่ลู่หลีเป็นพวกต่อต้านสังคมมาโดยตลอด อะไรที่เขาห้าม เธอยิ่งชอบทำ
หวังหยางเพิ่งพูดจบ เธอก็ขยับตัวไม่หยุด จนสัมผัสโดนจุดนั้นเป็นระยะ จนเขาแทบจะรักษาแววตาปกติเอาไว้ไม่ได้แล้ว
สุดท้ายก็ทนไม่ไหว จูบลงไปอีกรอบจนลู่หลีแข้งขาอ่อนแรง
มือสองข้างพิงอกเขาอย่างหมดแรง อาศัยจังหวะเปลี่ยนลมหายใจ กระซิบเบา ๆ ว่า "โอเค ๆ พอสักที พักก่อน"
วิธีการจูบของหวังหยางต่างจากเสิ่นปิงอย่างสิ้นเชิง
แบบแรกเหมือนพายุฝน รุนแรงและรีบร้อน เหมือนจะลากคุณให้จมดิ่งลงไปในมหาสมุทรด้วยกัน
แบบหลังจะอ่อนโยน เหมือนฝนในฤดูใบไม้ผลิที่ชโลมจิตใจ นุ่มนวลและเยียวยาคุณทีละนิด
ลู่หลีพูดได้คำเดียวว่าชอบทั้งคู่
เพราะกินอาหารชนิดเดิมนาน ๆ ก็ย่อมเบื่อ เปลี่ยนรสชาติบ้างก็ดีเหมือนกัน
หวังหยางบีบเอวคอดของเธอ แล้วอุ้มเธอลงจากตักมาไว้บนโซฟา
ลู่หลี: ?
จากนั้น หวังหยางก็ลุกขึ้นก้าวฉับ ๆ เดินตรงไปที่ห้องน้ำ
นี่คือ ไปสงบสติอารมณ์เหรอ? ซอมบี้ก็ต้องการความสงบด้วยเหรอ?
ลู่หลีอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา กินผลไม้คนเดียวพลางใช้หลังมือแตะแก้มตัวเอง รู้สึกว่าแก้มจะร้อนเหลือเกิน
พักใหญ่ ๆ หวังหยางก็เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยท่าทางปกติ
ทันทีที่เห็นหน้าเธอ อารมณ์ที่เพิ่งจะสงบลงก็พุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง หวังหยางชะงักฝีเท้า
กำลังลังเลว่าจะกลับไปห้องน้ำอีกรอบดีไหม ก็ได้ยินลู่หลีเรียกตัวเอง "มานั่งสิ"
ในอาการเคลิบเคลิ้ม หวังหยางเกือบจะหูฝาด ฟังเป็น "มานั่งทำ" (คำว่า坐 ในภาษาจีนแปลว่านั่ง แต่พ้องเสียงกับคำว่า 做 ที่แปลว่าทำ) ทำอะไร?
ทำ... เรื่องที่ชอบทำเหรอ?
เห็นเธอตบพื้นที่ว่างข้างตัว อ้อ ที่แท้ก็ให้นั่ง
หวังหยางยอมใจตัวเองจริง ๆ จึงเดินไปนั่งลง พอได้นั่งใกล้ชิดแบบนี้
ก็ได้กลิ่นหอมจากตัวเธอ ทำเอาอยากจะกอดแล้วจูบให้หนัก ๆ ทำยังไงดีนะ
ช่างเถอะ อยากทำก็ทำเลย! โอกาสเป็นของผู้กล้า!
หวังหยางโอบไหล่เธอแล้วดึงเข้ามาหาตัว แต่รู้สึกว่าจูบแบบนี้มันไม่ถนัด
จึงตัดสินใจโอบเอวแล้วอุ้มเธอมานั่งบนตัก หันหน้าเข้าหากัน
ลู่หลี: สถานการณ์อะไรกันเนี่ย... ยังไม่ทันได้ถาม ก็ถูกดึงไปรับจูบพายุคลั่งอีกรอบ
ท่านี้จูบสบายมาก เธอไม่ต้องออกแรงอะไรเลย แค่นั่งบนตักเขาแล้วโอบไหล่เขาไว้ก็พอ
หลังจบจูบ ทั้งคู่ต่างก็รู้สึกเขินอายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ต่างฝ่ายต่างซุกหน้าเข้าหาไหล่ของกันและกัน จนหัวโขกกันเข้าเต็ม ๆ
"นาย"
หวังหยางหัวเราะ พลางนวดหน้าผากให้เธอ นวดไปนวดมาก็อดไม่ได้ที่จะจูบลงไปอีกครั้ง
ลู่หลีรู้สึกว่าปากกำลังจะบวมแล้ว ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ คนอื่นคงเข้าใจผิดว่าเธอหลงใหลในความหล่อขนาดไหนกัน
ลู่หลีจึงยื่นมือไปผลักเขา แน่นอนว่าผลักไม่ไป เขากำลังสนุกเลย
หึ
ลู่หลีแค่นเสียงในใจ แล้วกัดริมฝีปากล่างเขาไปหนึ่งที
หวังหยางชะงัก นึกว่าเป็นความสนุกสนานแบบใหม่ จูบหนักขึ้นกว่าเดิมจนลู่หลีแทบขาดใจ
ไม่ใช่สิ แบบนี้ถูกเหรอ?
ลู่หลีถูกจูบจนขาดออกซิเจน สมองมึนงง สุดท้ายก็ปล่อยเลยตามเลย
ต้องยอมรับเลยว่า ปอดของซอมบี้นี่มันสุดยอดจริง ๆ ไม่เห็นเขาจะมีทีท่าว่าจะขาดใจตายเลยสักนิด
กว่าจะยอมผละออก ลู่หลีก็รีบดูเวลาทันที แล้วรีบพูดว่า "หยุด หยุด หยุด! ห้ามจูบแล้ว! นายติดนิสัยเสียแล้วนะ!"
หวังหยางพยักหน้าเห็นด้วย ติดใจจริง ๆ ด้วย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้ริมฝีปากที่บวมเจ่อเล็กน้อยของเธอ
ในใจพลางฟินสุด ๆ
เฮ้ นี่เขาจูบเองนะเนี่ย ตัวเราเก่งจริง ๆ~
ลู่หลีลุกขึ้น เตรียมจะกลับร้านล็อตเตอรี่ ไม่อยากเห็นหน้าหวังหยางในระยะสั้น ๆ นี้แล้ว
กลัวว่าเขาจะอดใจไม่ไหวพุ่งเข้ามาจูบอีก ใครจะไปทนไหวล่ะ?
หวังหยางคว้ามือนางไว้ เงยหน้ามองนางอย่างน่าสงสาร แสงในห้องก็มืดสลัว ดวงตาสีแดงฉานวับวาววับ
ใจของลู่หลีอ่อนยวบ ก้มลงไปจูบเขา แต่กลับถูกเขาจูบตอบให้ลึกซึ้งกว่าเดิม
เธอเอื้อมมือไปตบไหล่เขา คราวนี้หวังหยางเข้าใจแล้ว ยอมผละออกอย่างรู้ความ "งั้นเธอกลับไปเถอะ"
หืม? นาน ๆ ทีจะยอม?
ลู่หลีบีบแก้มเขา "ได้ งั้นฉันไปก่อนนะ"
หวังหยางลุกขึ้นไปส่งเธอ ผลักเธอติดประตูแล้วจูบอีกรอบ ก่อนจะยอมปล่อยให้เธอเดินออกจากโรงอาบน้ำไปอย่างอาลัยอาวาส
ต้องมั่นใจว่าเธอเข้าร้านล็อตเตอรี่ ไม่ใช่ร้านแปลก ๆ อื่น ๆ ถึงจะวางใจ
ลู่หลีกลับมาถึงร้านล็อตเตอรี่ หัวใจยังคงสั่นไหวแปลก ๆ นั่งอยู่บนโซฟาพักใหญ่กว่าจะตั้งสติได้
เลยเวลามื้ออาหารมาแล้ว คนอื่น ๆ ก็กินมื้อเที่ยงกันเสร็จแล้วทยอยกันกลับไปหมด
พวกเขาจูบกันนานขนาดนี้เลยเหรอ? ไม่น่าเชื่อ คนเราเวลามีความสุข เวลามันผ่านไปเร็วจริง ๆ
ลู่หลีเอามือปิดหน้า รู้สึกว่าแบบนี้มันไม่ดีเอาเสียเลย แต่ในใจก็แอบชอบอยู่เหมือนกัน
เฮ้อ ผู้หญิงนะผู้หญิง
เธอรินน้ำให้ตัวเองดื่ม แก้วยังไม่ทันหมด เสิ่นปิงก็เดินขึ้นมาด้วยสีหน้าบึ้งตึง
ลู่หลีใจกระตุกวูบ รู้สึกผิดเหมือนแอบไปกินนอกบ้านแล้วถูกจับได้ยังไงอย่างนั้น นี่มันเรื่องอะไรกัน? ไม่ควรจะเป็นแบบนี้นี่นา?
เธอคบหลายคนก็ไม่เห็นจะเป็นไรไม่ใช่เหรอ? แล้วจะรู้สึกผิดทำไม?
นั่นสิ! เธอจะรู้สึกผิดทำไม? พอนึกได้ดังนั้น ลู่หลีก็ยืดตัวตรงอีกครั้ง จ้องมองเขาอย่างใจเย็น
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น