ตอนที่ 260 แผนการรั่วไหล?
ไฟสีแดงเปลี่ยนเป็นสีเขียว ลู่หลีใช้ชายเสื้อพันมือไว้แล้วดึงเอาช่องวงกลมช่องหนึ่งออกมา
ข้างในนั้นเหมือนลิ้นชักขนาดเล็ก มีมันเทศที่ถูกเผาจนผิวหอมกรุ่นวางอยู่บนนั้น
“ว้าว!” เจ้าของเครื่องจักรส่งเสียงอุทานด้วยความตื่นเต้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความดีใจ นึกไม่ถึงว่าตัวเองจะดวงดีขนาดนี้ ขูดได้เครื่องจักรในฝันมาครอง!
ลู่หลีหยิบถุงกระดาษจากด้านข้างมาห่อมันเทศแล้วยื่นให้เจ้าของเครื่อง “เอ้า นายลองชิมดู”
เจ้าของเครื่องรับไป ปรากฏว่ามันร้อนมากจนต้องสลับถือมือซ้ายทีมือขวาที
แต่เขาก็อดใจไม่ไหว บิออกเป็นสองซีกแล้วรีบยัดเข้าปากไม่หยุด
ทั้งหวานหอม นุ่มละมุน ลิ้นสัมผัสได้ถึงความละเอียด และมีน้ำหวานซึมออกมาเล็กน้อย
เนื้อมันเทศแทบจะละลายในปาก ส่วนที่ติดอยู่กับเปลือกนั้นยิ่งหอมกรุ่นเป็นพิเศษ
เขาใช้เวลาเพียงไม่นานก็กินมันเทศทั้งลูกจนหมด แล้วยังหันมาบอกลู่หลีว่า “บอสลู่ ถ้าคุณอยากกิน หยิบไปกินได้ตามสบายเลยนะ”
ถ้าเป็นคนอื่นขอกินฟรีเขาคงจะเสียดายบ้าง แต่ถ้าเป็นบอสลู่เขายินดีอย่างยิ่ง! กินได้เท่าที่ต้องการเลย!
ลู่หลีหัวเราะฮิฮิสองทีแล้วรับคำอย่างไม่เกรงใจ เธอเลือกหัวที่เล็กหน่อยมานั่งกิน
มันร้อนนิดๆ แต่เพราะความร้อนนี่แหละที่ทำให้มันอร่อยยิ่งขึ้น
พอกินไปได้ไม่กี่คำเธอก็ถามเจ้าของเครื่อง “นายจะตั้งแผงตรงนี้ไหม? ไม่เก็บค่าคุ้มครองนะจ๊ะ~”
เจ้าของเครื่องเป็นเด็กสาวที่ดูสดใสมีชีวิตชีวาแต่รูปร่างเล็กกะทัดรัด คำพูดคำจาของเธอก็เปี่ยมไปด้วยพลัง ทำให้คนฟังรู้สึกฮึกเหิมตามไปด้วยโดยไม่รู้ตัว
“ได้เลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะบอสลู่! งั้นหนูจะเลี้ยงมันเผาคุณทุกวันเลย~” ช่างเป็นเด็กที่เต็มไปด้วยพลังงานด้านบวกจริงๆ
บอสลู่ฟังแล้วมุมปากก็ยกยิ้มขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เธอชอบคนประเภทที่เปี่ยมไปด้วยความหวังในชีวิตแบบนี้ ราวกับว่าพวกเขาจะไม่มีวันพ่ายแพ้ต่ออุปสรรคใดๆ
ตลาดนัดกลางคืนขยายตัวสำเร็จ ตอนนี้มีทั้งหมดสี่แผงแล้ว แต่ลู่หลีรู้สึกว่ายังไม่พอ ทว่าเธอก็รู้ดีว่าเรื่องแบบนี้ต้องค่อยเป็นค่อยไป
เธอกินมันเผาเสร็จก็เก็บถุงกระดาษ แล้วเดินทอดน่องไปที่แผงโอเด้ง สั่งหัวไชเท้าต้มมาหนึ่งชิ้นเพื่อแก้เลี่ยน
จากนั้นก็ไปแผงถัดไป สั่งทาโกะยากิมาอีกสองลูก ครบสูตรพอดี เธอไปนั่งยองๆ อยู่ข้างๆ มือซ้ายถือทาโกะยากิ มือขวาถือหัวไชเท้า
ติดปัญหาแค่ว่า... ไม่มีมือจะหยิบกินแล้ว
เธอถึงได้เพิ่งสังเกตเห็นว่า ทุกคนมีที่ซื้อแต่ไม่มีที่กินแฮะ อย่างน้อยก็ควรจะมีโต๊ะสักไม่กี่ตัวไม่ใช่เหรอ?
เธอเงยหน้าสังเกตดู พบว่าส่วนใหญ่ซื้อเสร็จก็เดินจากไป น้อยคนนักที่จะหยุดยืนกินตรงนี้ แน่นอนว่ายังมีบางคนที่ยืนแช่อยู่ ซึ่งก็คือพวกเด็กสาวที่รักการกินทั้งหลายนั่นแหละ
กินเจ้านี่เสร็จก็อยากกินเจ้าโน้นต่อ
เหมือนกับเธอนี่แหละ
หลัวมู่เดินมาหยุดตรงหน้าเธอตอนไหนไม่รู้ ก่อนจะนั่งยองๆ ลงข้างๆ แล้วฉวยเอาชามทาโกะยากิของเธอไปใช้ไม้จิ้มขึ้นมาจ่อที่ปากเธอ
ลู่หลีปรายตามองเขา เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความอยากรับใช้เธออย่างสุดซึ้ง เธอจึงอ้าปากงับเข้าไป “ซี้ด ร้อน”
หลัวมู่อ้ำอึ้ง “งั้นผมเป่าให้ไหม?”
“ไม่ต้องจ้ะ ขอบใจ” ลู่หลีเคี้ยวของร้อนในปากพลางตอบเขาแบบปัดๆ
พอกินอาหารในมือจนหมดเธอก็เริ่มวางแผนทันทีว่าจะพัฒนาตลาดนัดกลางคืนอย่างไรดี
ถึงตอนนี้สเกลจะยังเล็ก แต่เธอเชื่อว่ามันจะยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งขึ้นแน่นอน!
อันดับแรกต้องการพื้นที่ที่เป็นของตลาดนัดโดยเฉพาะ และโต๊ะเก้าอี้สำหรับตลาดนัด
เรื่องนี้ง่ายมาก แค่ซื้อโต๊ะเก้าอี้แบบเดียวกับที่ใช้ในร้านสลากมาเพิ่มอีกไม่กี่ชุดก็จบ
ส่วนพื้นที่ที่เป็นของตลาดนัด... พื้นที่หน้าโรงงานดูจะเล็กไปนิด เธอเดินวนไปวนมาจนมาถึงด้านซ้ายของโรงอาบน้ำ
ตรงนี้มีที่ว่างอยู่พอดี และด้านซ้ายเยื้องไปข้างหน้าของโรงอาบน้ำก็คือโรงแรม ยืนอยู่ตรงนี้จะมองเห็นมุมหนึ่งของร้านสลาก ในทางกลับกัน ถ้ายืนอยู่ในรถบ้านก็มองเห็นตรงนี้ได้เหมือนกัน
เธอตัดสินใจเลือกที่นี่แหละ
ตอนนี้โดยมีร้านสลากเป็นศูนย์กลาง ด้านซ้ายคือโรงแรม ด้านขวาคือเซเว่น ด้านหลังคือโรงอาบน้ำ
และระหว่างโรงอาบน้ำกับเซเว่นมีทางเดินหนึ่งสายมุ่งหน้าไปยังโรงงานที่อยู่ข้างหลัง
ส่วนระหว่างโรงอาบน้ำกับโรงแรมก็มีอีกทางเดินหนึ่งมุ่งหน้าไปยังตลาดนัดกลางคืนที่กำลังจะสร้างขึ้น
นอกจากด้านหน้าของร้านสลากแล้ว ทั้งซ้าย ขวา และหลังต่างก็มีสิ่งปลูกสร้างล้อมรอบไว้อย่างแน่นหนา ลู่หลีพอใจกับผังแบบนี้มาก เดินเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงกันหมด
ช่างเหมาะกับคนขี้เกียจจริงๆ
แต่ตลาดนัดคืนนี้จบลงแล้ว ลู่หลีเดินสำรวจที่ว่างแห่งนี้สองรอบ แล้วไปดูที่แปลงผักอีกพักหนึ่ง พบว่าทุกอย่างกำลังเจริญเติบโตอย่างแข็งแรงเธอก็ยิ่งพอใจ
กำลังจะเดินจากไป แต่หางตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างหนึ่งในความมืด ซ่อนตัวได้ไม่เลวเลย แต่เงานั่นแหละที่หักหลังเขา
ที่นี่เป็นถิ่นของเธอ เธอสามารถเรียกใช้งานระบบได้ตลอดเวลา ลู่หลีจึงใจกล้ามาก เธอเดินย่องเข้าไปช้าๆ ไปแอบอยู่ที่หัวมุมของโรงแรม
ดูเหมือนคนคนนั้นจะไม่รู้ตัวเลยว่าเธอกำลังมาหา
ลู่หลีค้อมตัวลง เมื่อเหลือระยะอีกเพียงสองก้าวเธอก็เร่งฝีเท้าแล้วตะโกนใส่จุดนั้นเสียงดัง “เฮ้!”
ทำเอาคนคนนั้นสะดุ้งสุดตัว พอเห็นว่าเป็นลู่หลีเขาก็ตั้งท่าจะวิ่งหนีตามสัญชาตญาณ
“หยุดนะ!” ลู่หลีสั่งคำราม
ราวกับคำสั่งประกาศิต คนคนนั้นถูกพลังที่มองไม่เห็นตรึงไว้กับที่ เหลือเพียงลูกตาที่ยังกลอกกลิ้งไปมาได้ เขาได้แต่มองลู่หลีเดินเข้ามาหาตาปริบๆ
แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ลู่หลีเดินวนรอบตัวเขาไปสองรอบ แต่ก็จำไม่ได้ว่านี่คือใคร
“นายเป็นใคร? มาทำอะไรที่นี่?” ลู่หลีถามอย่างตรงไปตรงมา แล้วเสริมว่า “พูดได้นะ ฉันไม่ได้ตัดลิ้นนาย”
คนคนนั้นลองขยับดู ปรากฏว่าพูดได้จริงๆ แต่ถึงพูดได้เขาก็พูดไม่ได้อยู่ดี เขาจึงแสร้งทำเป็นใบ้ ทำเพียงเบิกตาโพลนไม่ยอมปริปากสักคำ
ลู่หลีขมวดคิ้ว “ใครส่งนายมา?”
จากนั้นเธอก็ชูนิ้วขึ้นมานับทีละชื่อ พลางจับตาดูทุกการเคลื่อนไหวและทุกสีหน้าของเขา “ไอ้ขี้หมาเย่เฉิง? หรือตระกูลไป๋? ตระกูลเจียง? ตระกูลโอวหยาง? ตระกูลเสิ่น?”
ตอนที่พูดถึงตระกูลไป๋ รูม่านตาของเขาขยายตัวขึ้นวูบหนึ่ง ดูท่าจะใช่แล้วละ...
ลู่หลีกำลังจะถามอะไรต่อ จู่ๆ ระบบก็แจ้งเตือน: 【โฮสต์ตกอยู่ในอันตราย จัดการให้คุณโดยอัตโนมัติเรียบร้อยแล้วค่ะ】
ทันทีที่ได้ยินเสียงนี้ ลู่หลีไม่พลาดที่จะเห็นความตกใจและหวาดกลัวในดวงตาของคนตรงหน้า เธอหันหลังกลับไปมอง พบว่ามีผู้ชายอีกคนถูกตรึงไว้ตรงนั้น
เขายังอยู่ในท่าทางก้มหน้าวิ่งมาข้างหน้าอย่างสุดกำลัง สีหน้าดูเด็ดเดี่ยวราวกับกำลังจะไปตายในภารกิจที่ไม่มีทางรอด
“โอ้โห มีพวกพ้องด้วยเหรอเนี่ย?” ลู่หลีหัวเราะเบาๆ แต่ดวงตาไม่ได้หัวเราะไปด้วย เธอกอดอกแล้วเดินเข้าไปหาคนคนนั้นช้าๆ
เธอเดินวนรอบตัวเขาไปสองรอบเหมือนเดิม และก็ยังไม่รู้จักอยู่ดี จึงถามหน้าตาเฉยว่า “นายก็ถูกตระกูลไป๋ส่งมาเหมือนกันเหรอ?”
เป็นไปตามคาด แววตาของเขาฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่ง ราวกับกำลังถามว่าเธอรู้ได้ยังไง! และยังมีความขมขื่นเหมือนถูกทรยศปนอยู่ด้วย
ลู่หลีถามย้ำ “มาฆ่าฉันเหรอ?”
คำตอบที่ได้คือทั้งสองคนส่ายหน้าพร้อมกัน
จากนั้น เสียงของระบบก็ดังขึ้นในหัวอีกครั้ง: 【โฮสต์ตกอยู่ในอันตราย จัดการให้คุณโดยอัตโนมัติเรียบร้อยแล้วค่ะ โปรดรักชีวิตตัวเองหน่อยนะคะ เพราะนั่นคือการรักฉันด้วยเหมือนกัน~】
ลู่หลีถึงกับพูดไม่ออก เธอหันกลับไปมองข้างหลังอีกครั้ง และก็เป็นไปตามคาด มีคนอีกคนถูกตรึงไว้กับที่ เธอจึงตัดสินใจนั่งขัดสมาธิลงตรงนั้นเลย
รอ
รอดูว่าตระกูลไป๋นี่จะส่งคนมาทั้งหมดกี่คน
สิบนาทีต่อมา...
ลู่หลีมองดูคนยี่สิบคนที่ถูกตรึงไว้รอบๆ ตัวเธอ ในดวงตาของทุกคนไม่มีอะไรนอกจากความหวาดกลัว พวกเขาอยากจะแหงนหน้าตะโกนถามฟ้าสักคำ
ทำไมกัน!
ทำไมเธอถึงมานั่งรอพวกเราเหมือนรู้อยู่แล้วว่าเราจะมา มีคนคาบข่าวมาบอกเหรอ? มีสายลับงั้นเหรอ?
หรือว่าแผนการรั่วไหลไปแล้ว?
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น