ตอนที่ 234 ไร้เทียมทาน?
มนุษย์ธรรมดาแทบจะเข้าใกล้ตัวคนจากตระกูลลึกลับไม่ได้เลย...
เจียงเสวี่ยเอ๋อร์ไม่เข้าใจเลยว่า ลู่หลีโผล่มาจากไหนกันแน่?
เธอไม่เข้าใจ และกลุ่มคนที่ยืนอยู่ในห้องประชุมชั้นบนก็ไม่เข้าใจเช่นกัน พวกเขาต่างพากันมายืนจดจ้องที่ริมหน้าต่างกระจกที่แตกละเอียดอย่างระมัดระวัง แล้วมองลงไปข้างล่าง
พลางส่งเสียงอุทานออกมาเป็นระยะ
นั่นคือตระกูลลึกลับเชียวนะ พวกเขาเคยเห็นมากับตาแล้วว่าคนพวกนี้เก่งกาจแค่ไหน
แค่สะบัดมือก็ทำให้ตึกทั้งหลังถล่มลงมาได้ แค่กระทืบเท้าก็ทำให้คนกระอักเลือดปางตายได้จากระยะไกล
แต่นี่... กลับถูกลู่หลีพุ่งชนจนกระเด็นไปตั้งหลายรอบ? มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว หรือว่าลู่หลีจะเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าตระกูลลึกลับเสียอีก?
เจียงเสวี่ยเอ๋อร์สะบัดมือเบา ๆ กองอิฐบนตัวก็ถูกย้ายออกไป เธอขมวดคิ้วมองมือตัวเอง พลังไม่ได้หายไป แต่ทำไมร่างกายถึงควบคุมไม่ได้
เธอเงยหน้าขึ้น รถบ้านคันใหม่เอี่ยมคันนั้นปรากฏสู่สายตาอีกครั้ง
เจียงเสวี่ยเอ๋อร์นอนหงายอยู่บนกองอิฐ สภาพมอมแมมดูไม่ได้เลย เธออยากจะลุกขึ้นแต่กลับพบว่าร่างกายขยับไม่ได้แม้แต่นิดเดียว
ราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นคู่ยักษ์กดทับไว้อย่างรุนแรง แม้แต่การหายใจก็ยังลำบาก
"แค่น! แค่ก ๆ!" ฝุ่นควันเข้าปาก เจียงเสวี่ยเอ๋อร์ไออย่างหนัก รู้สึกเหมือนอวัยวะภายในถูกไฟแผดเผา
เธอตระหนกในใจ เป็นไปได้ยังไง พลังยังอยู่แต่กลับใช้ไม่ออก ถูกลู่หลีควบคุมงั้นเหรอ? เธอจะมีพลังมหาศาลขนาดนี้ได้ยังไง!
ทันใดนั้น ร่างของเธอก็เริ่มลอยขึ้น สภาพไร้น้ำหนักและควบคุมไม่ได้โดยสิ้นเชิง
เธอพยายามยื่นมือไปไขว่คว้าหาที่ยึดเกาะ แต่กลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า
ครั้งสุดท้ายที่รู้สึกว่าร่างกายควบคุมไม่ได้แบบนี้ มันคือตอนที่...
ไม่ทันได้คิดอะไรมาก ร่างของเธอก็ถูกจัดท่ายืนกลางอากาศ สบเข้ากับแววตาอันเรียบเฉยของลู่หลีที่อยู่ในรถบ้าน เธอตะโกนออกไปตามสัญชาตญาณ "แกกล้าดียังไง!"
สิ้นคำ ร่างของเธอก็ราวกับลูกบอลที่ถูกขว้างลงพื้นอย่างแรง เหมือนการทิ้งขยะอย่างไม่ใยดี
"อ๊าก—" เสียงกระดูกแตกดังกร๊อบชัดเจน
เมื่อตกถึงพื้นร่างก็เด้งขึ้นอย่างแผ่วเบาแล้วกระแทกพื้นอย่างแรงอีกครั้ง คราวนี้เป็นขาที่หัก...
เจียงเสวี่ยเอ๋อร์กรีดร้องด้วยความหวาดกลัว ราวกับเห็นสิ่งที่น่าสยดสยองที่สุดในชีวิต
หลังจากโดนไปอีกหลายรอบเธอก็สลบเหมือด กองอยู่กับพื้น
หลีรั่วได้สติในที่สุด เธอรีบวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพยุงเจียงเสวี่ยเอ๋อร์ขึ้นพลางตรวจดูบาดแผลด้วยความตกตะลึง
ข้อมือซ้ายหักละเอียด หลังเท้าขวาแตก
เป็นไปได้ยังไง?
คนของตระกูลลึกลับส่วนใหญ่ทั้งชีวิตแทบจะไม่เคยได้รับบาดเจ็บ มีเพียง "ท่านผู้นั้น" เท่านั้นที่จะลงทัณฑ์พวกเขาได้...
แต่ลู่หลีล่ะ? เธอใช่เหรอ?
หลีรั่วไม่มีเวลาคิดมาก เธอรีบแบกเจียงเสวี่ยเอ๋อร์ขึ้นหลังแล้วเดินจากไปอย่างเร่งรีบโดยไม่พูดอะไรสักคำ
ต้องรีบพากลับไปรักษา ไม่อย่างนั้น คนที่ซวยจะเป็นเธอเอง
ภายในรถบ้าน ลู่หลีสะบัดมือไปมา "ฆ่ายากฆ่าเย็นจริง ๆ ร่างกายของพวกตระกูลลึกลับนี่คุณภาพดีชะมัด แบบนี้ยังไม่ตายอีก" เธอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนแค่บ่นว่าวันนี้ทำไมยังไม่ได้กินข้าว
เสิ่นปิงและผู้เฒ่าเสิ่นต่างพากันเงียบกริบ ความเก่งกาจของตระกูลลึกลับพวกเขาล้วนเห็นมากับตา แม้แต่หวังหยางและฉู่หลีเซิงก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้
แต่กลับถูกลู่หลีเล่นงานและบีบเค้นได้เหมือนก้อนขยะ
ผู้เฒ่าเสิ่นแอบคิดเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้ขึ้นมา หรือว่าฐานะที่แท้จริงของลู่หลีคือ... ท่านผู้นั้น?
แต่ดูจากอายุแล้วไม่เหมือนเลย เธอเด็กเกินไป ท่านผู้นั้นน่าจะอายุห้าสิบหกสิบปีแล้ว และก็ไม่ได้ปรากฏตัวมานานมาก
ครั้งสุดท้ายที่ปรากฏตัวคือตอนที่ตระกูลลึกลับออกอาละวาดก่อเรื่องไปทั่ว พอกลับมาก็จัดการลงทัณฑ์สายเลือดตรงไปสองคน
หลังจากนั้นตระกูลลึกลับก็สงบเสงี่ยมไปหลายปี นึกไม่ถึงว่าตอนนี้จะเริ่มอยู่ไม่สุขอีกแล้ว โชคดีที่ครั้งนี้มีลู่หลีคอยจัดการพวกเขา
"ไปเถอะ ออกจากฐานที่มั่นกัน ที่เฮงซวยแบบนี้ฉันไม่อยากจะอยู่ต่อสักวินาทีเดียว!" ลู่หลีเอ่ยอย่างรำคาญใจ
ทุกคนไม่มีความเห็น แม้แต่ผู้เฒ่าเสิ่นเองก็ยังจมอยู่ในความตกตะลึงที่ลู่หลีอาจจะเป็นท่านผู้นั้นจนไม่ได้สติ พอรู้สึกตัวอีกทีก็มาอยู่นอกฐานที่มั่นแล้ว
"เอ๊ะ? ร้านเซเว่นกับตึกพวกนั้นหายไปไหนหมดล่ะ?" หลัวมู่ชะโงกหน้าออกไปมอง ข้างนอกว่างเปล่าไม่เหลือร่องรอยใด ๆ
จะมีก็เพียง... เด็กน้อยทั้งหกคนนั้นที่ยังรออยู่ที่เดิม พอเห็นรถบ้านกลับมาก็รีบวิ่งเข้ามาหาทันที
ลู่หลีจอดรถบ้านไว้ที่ตำแหน่งเดิม เด็ก ๆ แย่งกันขึ้นรถมา เสิ่นฝูเฟิงตาเป็นประกายแล้วถามเสียงเบา "คุณปู่? คุณปู่มาได้ยังไงครับ?"
ผู้เฒ่าเสิ่น: นั่นสิ ฉันออกมาได้ยังไงกัน
แต่เขาก็ยังก้มตัวลงรับแรงกระโดดกอดของเสิ่นฝูเฟิง ทั้งปู่และหลานต่างยิ้มแก้มปริ
ลู่หลีเองก็ยิ้มตาม เธอชอบตอนจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งที่สุด
เธอยื่นมือออกมา บนฝ่ามือปรากฏร้านเซเว่นฉบับย่อส่วนที่ดูประณีตและจิ๋วมาก ถึงขนาดมองเห็นเสื้อผ้าที่ตากอยู่บนระเบียงชั้นสองได้อย่างชัดเจน
ลู่หลีใช้มือซ้ายประคองร้านเซเว่นไว้ หลัวมู่ขยับเข้ามาดูใกล้ ๆ พลางอุทานด้วยความทึ่ง "ว้าว—" เห็นเพียงนิ้วมือขวาของเธอขยับเบา ๆ
ร้านเซเว่นก็หลุดจากฝ่ามือ ลอยไปยังตำแหน่งที่ควรอยู่ พอตกถึงพื้นก็ขยายร่างใหญ่ขึ้น "ฟึ่บ" ทำเอาทุกคนอึ้งกิมกี่ไปตาม ๆ กัน ทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ?
แบบนี้ก็พกตึกใส่กระเป๋าไปไหนมาไหนได้เลยสิ?
ตามมาด้วยโรงแรม โรงอาบน้ำ และโรงงานที่ถูกเรียกออกมาทีละหลัง แล้วขยายร่างใหญ่ขึ้นเมื่อตกถึงพื้น กระบวนการช่างดูเหนือจริงมากจนทุกคนพูดไม่ออก
ผู้รอดชีวิตโดยรอบก็เห็นเหตุการณ์นี้เช่นกัน ต่างพากันอ้าปากค้าง ความรับรู้หนึ่งเริ่มแผ่ขยายไปในใจของทุกคน
บอสลู่มีเวทมนตร์จริง ๆ ด้วย!
เวทมนตร์แบบนี้ต่างจากพลังพิเศษที่มีข้อจำกัด แต่นี่คือความสามารถที่ไร้เทียมทานอย่างแท้จริง!
"ว้าว ลู่หลี มีอะไรที่เธอทำไม่ได้อีกไหมเนี่ย?" หลัวมู่ทึ่งสุดขีด เธอทำให้เขาต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่อีกครั้ง
ไม่ใช่แค่จัดการพวกตระกูลลึกลับได้อยู่หมัด แต่ยังย่อตึกหลังใหญ่ให้เล็กลงใส่กระเป๋า แล้วขยายกลับมาได้เหมือนเดิมเป๊ะทุกประการ
หลัวมู่เลื่อมใสเธอถึงขีดสุด เสิ่นปิงเองก็ไม่ประหลาดใจนักแต่เก็บอาการมากกว่า ทว่าสายตาที่เป็นประกายนั้นซ่อนไม่มิดจริง ๆ
"พวกนายสองคนไม่เป็นไรแล้วใช่ไหม?" ลู่หลีหันไปถามจงเซี่ยและเซิ่งเสวียน
ยัยเจียงเสวี่ยเอ๋อร์นั่นน่ะ ดีแต่รังแกคนอ่อนแอ เห็นสองคนนี้ระดับพลังต่ำหน่อยก็จงใจเล่นงาน ลู่หลีไม่มีทางยอมเด็ดขาด!
เซิ่งเสวียนนั่งพักอยู่บนโซฟาด้วยสีหน้าซีดเผือด นิ้วทั้งสิบเผลอจิกผ้าคลุมโซฟาไว้แน่น พอได้ยินก็ส่ายหน้า "ไม่เป็นไรครับ..."
จงเซี่ยก็ส่ายหน้าเช่นกัน โชคดีที่ห้ามเลือดได้ทัน
ตอนแรกที่ลู่หลีพบว่ายาในมอลล์ใช้ดีมาก ก็เลยซื้อมาตุนไว้เยอะและแบ่งให้ทุกคนพกติดตัวไว้ เผื่อเวลาออกไปข้างนอกแล้วเจอเหตุการณ์ฉุกเฉินจะได้กินได้ทันเวลา
"วันนี้ยังไม่เปิดร้านนะ ทุกคนกลับไปพักผ่อนกันให้เต็มที่เถอะ" ลู่หลีเอ่ยอย่างใส่ใจพร้อมไล่ให้ทุกคนไปพัก
ผู้เฒ่าเสิ่นเองก็เดินตามเสิ่นฝูเฟิงกลับไปที่ร้านเซเว่นด้วย เขาทิ้งเรื่องวุ่นวายที่ฐานที่มั่นกลางไว้เบื้องหลังชั่วคราว ช่างหัวมันเถอะ พวกนั้นเก่งนักไม่ใช่เหรอ?
ก็ให้พวกเขาจัดการกันเองไปสิ
ชั้นสองของร้านเซเว่นหลังจากลู่หลีจัดการแล้ว พื้นที่จริงกว้างกว่าชั้นหนึ่งเสียอีก แต่พอมองจากภายนอกก็ยังดูเหมือนเดิม
ตอนนี้ทุกคนมีห้องส่วนตัวของตัวเอง เสิ่นฝูเฟิงจูงมือผู้เฒ่าเสิ่น
พาเดินเข้าห้องนอนของตัวเองด้วยความดีใจ ผ้าปูที่นอนปลอกหมอนล้วนหนานุ่มและดูใหม่เอี่ยม
แถมยังมีห้องน้ำในตัวที่แยกส่วนแห้งส่วนเปียกไว้อย่างดี
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น