-->

วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ตอนที่ 222 แจกจ่ายเสบียง





ตอนที่ 222 แจกจ่ายเสบียง

ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้อย่างเป็นระเบียบ กับข้าวหลายอย่างที่เตรียมไว้ล้วนเป็นของโปรดของเธอทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นซี่โครงหมู กุ้งตัวใหญ่ เนื้อวัว...

เพียงประเดี๋ยวเดียวก็ถึงเวลาทานข้าว สำหรับมนุษย์แล้วเรื่องกินต้องมาก่อนเสมอ

ลู่หลีทานไปพลางเอ่ยชมไปพลาง “หลัวมู่ นายผัดกับข้าวอร่อยขึ้นเรื่อยๆ เลยนะ” เธอตั้งหน้าตั้งตาทางจนไม่เงยหน้าขึ้นมามอง แถมมุมปากยังมีเมล็ดข้าวติดอยู่เม็ดหนึ่งด้วย

หลัวมู่มองดูด้วยความพึงพอใจ แสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจแล้วเอ่ยว่า “เรื่องแค่นี้เอง อยากกินเมื่อไหร่ฉันก็ทำตัวให้กินได้ทุกวันนั่นแหละ” แต่ที่จริงมุมปากของเขาหยักยิ้มจนสูง แถมร่างกายยังอดไม่ได้ที่จะโยกไปมาด้วยความลำพองใจ

เขาเผลอไปกระแทกโดนเสิ่นปิงเข้า รายหลังจึงถลึงตาใส่เขาอย่างแรง ไอ้คนขี้อวด ผัดกับข้าวอร่อยแล้วมันน่าภูมิใจนักหรือไง! ฉันก็หัดทำได้เหมือนกัน!

ว่าแล้วเขาก็แสร้งทำเป็นไม่ได้ตั้งใจกระแทกคืนไปบ้าง แต่หลัวมู่กลับไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด

เสิ่งเสวียนที่นั่งอยู่ตรงมุมโต๊ะดูเหมือนจะตั้งใจทานข้าว แต่ความจริงเขากำลังสังเกตทุกคนบนโต๊ะอยู่

เด็กน้อยทั้งห้าคนยังคงทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยเหมือนเช่นเคย ส่วนฉู่หลีเซิงก็จดจ่ออยู่กับกับข้าวในจาน

จงเซี่ยที่นั่งอยู่ข้างๆ นี่สิที่น่าพิจารณา เขาทำราวกับเห็นลู่หลีเป็นเน็ตไอดอลสายกิน (กินโชว์) มองเธอคำหนึ่งแล้วก็ก้มหน้าทานข้าวอย่างขยันขันแข็งขึ้นมาทันที

ส่วนหลัวมู่กับเสิ่นปิงไม่ต้องพูดถึง เจตนาชัดเจนเกินไปแล้ว ตลอดเวลาที่ทานข้าว สายตาของพวกเขาวนเวียนอยู่แต่ที่ตัวลู่หลี ไม่ยอมมองข้าวหรือกับข้าวในจานเลยสักนิด

ส่วนลู่หลีผู้เป็นต้นเรื่องก็ตั้งหน้าตั้งตาทางลูกเดียว แถมยังมีคนคอยแกะกุ้งให้พร้อมสรรพ

เสิ่งเสวียนมองดูทุกคนรอบหนึ่งแล้วไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกจุกอกขึ้นมาเล็กน้อย เขาพยายามสลัดความคิดทิ้งแล้วตั้งใจทานข้าว กับข้าวอร่อยขนาดนี้ควรค่าแก่การใส่ใจทานอย่างจริงจัง

หลังจากทานเสร็จ ลู่หลีก็เริ่มรู้สึกง่วงตามความเคยชิน เธอเงยหน้าขึ้นมองสำรวจ ลูกค้ายังคงเนืองแน่น แถวหน้าเครื่องขูดสลากอัตโนมัติก็ยาวมากเช่นกัน

ระบบแจ้งเตือนว่ามีเครื่องสองเครื่องที่สินค้าหมดแล้ว ลู่หลีจึงสั่งซื้อสลากขูดเพิ่มอีกหลายร้อยเล่ม แล้วให้เซียวตี๋กับจานถิงลงไปเติมของในเครื่องให้เต็ม

เมื่อจัดการเรื่องนี้เสร็จ ลู่หลีก็ว่างงานอีกครั้ง ปัจจุบันเรื่องส่วนใหญ่เด็กน้อยทั้งสองคนสามารถทำแทนได้หมดแล้ว เธอมีหน้าที่เพียงแค่คุมสถานการณ์ภาพรวมและกดสั่งซื้อสลากขูดเท่านั้น

ขณะที่กำลังพักผ่อนอย่างสบายใจ เธอก็ได้ยินคนกำลังพูดคุยกันเรื่องบางอย่าง

“ได้ยินไหมว่าบ่ายห้าโมงวันนี้ ที่ลานทางใต้ของฐานที่มั่นกลางจะมีการแจกเสบียงฟรีน่ะ?”

“ลานทางใต้เหรอ? ลานที่ใหญ่ที่สุดนั่นน่ะนะ? แจกฟรีเหรอ? นายหูฝาดไปหรือเปล่า? มีเรื่องดีๆ แบบนี้ด้วยเหรอ?”

“จะเชื่อหรือไม่ก็ช่างนายเถอะ แต่ฉันจะไปต่อแถวเดี๋ยวนี้แหละ” พูดจบ ชายคนนั้นก็เบียดเสียดฝูงชนออกไปทันที

“เฮ้ๆ! ฉันไม่ได้บอกว่าไม่เชื่อสักหน่อย!” อีกคนก็รีบเบียดตามออกไป สลากขูดน่ะมาขูดวันไหนก็ได้ แต่เรื่องแจกเสบียงฟรีเนี่ย นานๆ จะเห็นที

ต้องไปดูให้เห็นกับตาหน่อยแล้ว เผื่อจะได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง!

ลู่หลีลุกขึ้นจากเก้าอี้เอนหลัง เดินไปที่หน้าเคาน์เตอร์แล้วถามด้วยความสงสัย “แจกเสบียงอะไรเหรอ?”

หรือว่าจะเป็นพวกตระกูลลึกลับทำเพื่อซื้อใจคน? เลยจงใจจัดฉากนี้ขึ้นมา?

ลูกค้าเองก็นึกสงสัยเหมือนกัน เขาจึงส่ายหน้าแล้วตอบตามตรง “ไม่รู้เหมือนกัน ฉันก็จะไปดูเหมือนกัน บ่ายสามแล้ว นี่มันจะบ่ายโมงแล้วนี่นา!”

พูดไปเขาก็เริ่มลนลาน รีบหันหลังจะเดินจากไปเพราะกลัวจะรับเสบียงฟรีไม่ทัน

คนที่อยู่ข้างๆ ช่วยเสริมว่า “เหมือนจะเป็นฝีมือของผู้เฒ่าเสิ่นน่ะ จัดให้พวกคนธรรมดาที่ไม่มีพลังพิเศษโดยเฉพาะเลยนะ เห็นว่ามีน้ำแร่หนึ่งขวดกับขนมปังหนึ่งก้อนเชียวนะ!”

“มีเรื่องดีๆ แบบนี้ด้วยเหรอ? ไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม?”

“วันสิ้นโลกผ่านไปสิบปีแล้ว วันคืนที่แสนสุขกำลังจะมาถึงแล้วเหรอ?”

“แล้วพวกเราที่มีพลังพิเศษล่ะจะทำยังไง? รับไม่ได้เหรอ?”

ชายคนนั้นโดนถามจนเริ่มรำคาญ “ฉันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ ไปๆๆ ไปดูที่นั่นเอาเองเถอะ รับไม่ได้ไปดูเรื่องสนุกก็ยังดี นานหลายปีแล้วนะที่ไม่เจอเหตุการณ์แบบนี้!”

พูดเสร็จ พวกเขาก็พากันเดินจากไปเป็นกลุ่ม

ลู่หลีเข้าใจแล้ว ผู้เฒ่าเสิ่นคนนี้... ซื้อเสบียงไปมากมายขนาดนั้นเพื่อจะเอามาแจกฟรีให้พวกคนธรรมดางั้นเหรอ?

ฐานที่มั่นกลางมีประชากรหนาแน่น โดยเฉพาะผู้รอดชีวิตที่เป็นคนธรรมดามีสัดส่วนเป็นส่วนใหญ่ จากการสถิติคร่าวๆ น่าจะมีถึงแสนถึงสองแสนคน เสบียงแค่นั้นมันไม่พอนะ?

ลู่หลีเองก็อยากไปดูเรื่องสนุกเหมือนกัน อยากเห็นว่าผู้เฒ่าเสิ่นจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร

แน่นอนว่าเธอจะไม่ไปคนเดียว ไม่ใช่ว่าไม่มั่นใจในฝีมือตัวเอง แต่เป็นเพราะเธอไม่คุ้นเคยกับฐานที่มั่นกลาง แถมยังมีภาระหน้าที่ความรับผิดชอบติดตัวอยู่อีกมาก จะเกิดเรื่องขึ้นกับเธอไม่ได้เด็ดขาด

ตอนนี้เธอรักชีวิตตัวเองมาก

เธอส่งข้อความหาคนมาเป็นเพื่อน คนแรกที่เธอนึกถึงคือเสิ่นปิง เพราะค่อนข้างสนิทกันและเขามีฝีมือแข็งแกร่ง

อีกฝ่ายตอบกลับมาอย่างรวดเร็วด้วยคำสั้นๆ เพียงคำเดียว “ได้”

ตอนที่เขามาถึงก็มีหางตามมาด้วย เสิ่นปิงเดินนำหน้ามาด้วยสีหน้าบูดบึ้ง ส่วนหลัวมู่เดินตามมาด้วยท่าทางร่าเริงแจ่มใส ทั้งคู่เดินขึ้นรถบ้านมาพร้อมกัน

หลัวมู่ถามว่า “เธอจะไปฐานที่มั่นกลางเหรอ? ฉันรู้จักดีนะ! ฉันเคยคลุกคลีอยู่ในนั้นตั้งสองปีเชียวนะ!” เขามีสีหน้าตื่นเต้น ราวกับกำลังจะได้ไปสถานที่ท่องเที่ยวชั้นยอดอย่างนั้นแหละ

เสิ่นปิงเอ่ยเรียบๆ “ฉันก็รู้จัก”

สายตาของลู่หลีกวาดมองซ้ายทีขวาที ทั้งสองคนเผลอยืดตัวตรงโดยอัตโนมัติราวกับเป็นสินค้าที่รอให้คนเลือก จนสุดท้ายเธอก็ตัดสินใจ “ไปๆๆ ไปด้วยกันหมดนี่แหละ”

ชายหนุ่มทั้งสองเผยรอยยิ้มออกมาพร้อมกัน หลัวมู่ยังคงยิ้มซื่อๆ ตามสไตล์ ส่วนเสิ่นปิงเม้มปากยิ้มอย่างสำรวม แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ประตูหลักของฐานที่มั่นกลางดูยิ่งใหญ่มาก นี่คือประตูทิศเหนือ และยังมีประตูตะวันออก ใต้ และตะวันตกอีกสามแห่ง ประตูหลักใช้สำหรับรถยนต์เข้าออก ส่วนประตูข้างไว้สำหรับผู้รอดชีวิต

ในเวลานี้ประตูข้างเนืองแน่นไปด้วยผู้คน ผู้รอดชีวิตที่อยู่ข้างนอกพอได้ยินข่าวเรื่องแจกเสบียงฟรีต่างพากันแห่กลับมา

ต่อให้รับของหลักไม่ได้ รับของที่เหลือๆ ก็ยังดี นี่คืองานมงคลที่หาได้ยากยิ่ง!

ผู้รอดชีวิตที่อาศัยอยู่ในฐานที่มั่นกลางเป็นประจำจะมีการลงทะเบียนไว้หมดแล้ว เพียงแค่สแกนคอมพิวเตอร์แสงก็เข้าไปได้เลย

ส่วนพวกคนขาจรอย่างลู่หลี ทุกครั้งที่เข้าออกต้องมีการลงทะเบียน เพื่อบันทึกลงในระบบของฐานที่มั่นกลางให้ได้ทราบจำนวนคร่าวๆ

ดังนั้น ลู่หลีจึงตั้งใจป้อนข้อมูลลงในเครื่องตรงประตูข้างว่า ลู่หลี, หญิง, 23 ปี, พลังพิเศษสายไม้

ข้อมูลเพียงสี่ข้อสั้นๆ เมื่อป้อนเสร็จ ลู่หลีก็เดินเข้าไปข้างในแล้วไปยืนรอที่มุมหนึ่งเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ขวางทางคนอื่น

เธอมองดูฐานที่มั่นขนาดมหึมาแห่งนี้แล้วอดไม่ได้ที่จะรู้สึกทึ่ง ผนังอาคารจำนวนมากสร้างขึ้นจากโลหะ เมื่อโดนแสงแดดส่องกระทบจึงดูระยิบระยับจนแสบตา

แต่ในขณะเดียวกันมันก็ให้ความรู้สึกทางเทคโนโลยีที่แปลกตาออกไป

หลัวมู่เดินเข้ามา ใช้ไหล่กระแทกเธอเบาๆ แล้วมองไปรอบๆ เลียนแบบท่าทางของเธอ มันก็แค่ตึกสูงๆ ต่ำๆ ไม่ใช่หรือไง?

เขาแม้จะไม่เข้าใจแต่ก็ขยันถาม “มองอะไรอยู่น่ะ?”

ลู่หลีได้สติ เธอไม่รู้จะอธิบายอย่างไรจึงได้แต่ส่ายหน้าโดยไม่พูดอะไร

“ลานทางใต้อยู่ทางโน้น!” เสิ่นปิงชี้ไปทิศทางหนึ่งแล้วก้าวเดินนำไปก่อน

“ไปกันเถอะ” หลัวมู่จูงมือลู่หลีเป็นเชิงบอกให้ตามไป

ที่จริงไม่ต้องให้เสิ่นปิงนำทางก็ได้ เพราะตอนนี้คนที่เข้ามาในฐานที่มั่นกลางแทบทุกคนล้วนมุ่งหน้าไปที่ลานทางใต้ แค่เดินตามฝูงชนไปก็ถึงแล้ว

ลานทางใต้เป็นลานที่ใหญ่ที่สุดในฐานที่มั่นกลาง ปกติบางคนจะมาตั้งแผงลอยขายของหรือแลกเปลี่ยนสินค้ากันที่ริมลาน

แต่ทว่าวันนี้ ลานทางใต้ถูกผู้เฒ่าเสิ่นยึดพื้นที่ไปแล้ว

ทั้งสามคนเดินตามกระแสผู้คนไปเรื่อยๆ รอบข้างเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยถกเถียงเรื่องนี้อย่างตื่นเต้น

“แจกฟรีจริงๆ เหรอ? มีเงื่อนไขการรับยังไงบ้าง?”

“แค่แสดงบัตรยืนยันตัวตนว่าเป็นคนธรรมดาที่ไม่มีพลังพิเศษก็พอ”

“แล้วพวกเราที่มีพลังพิเศษล่ะ? ไปทำไม? ไปดูเฉยๆ เหรอ?”

“ได้ยินว่ารับได้เหมือนกัน แต่เสบียงคนละอย่างกัน ไปถึงก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะน่า!”

ฐานที่มั่นกลางช่างกว้างใหญ่เหลือเกิน มีขนาดพอๆ กับเมืองขนาดเล็กเมืองหนึ่งเลยทีเดียว แต่ผังถนนข้างในถูกจัดวางไว้อย่างชัดเจน ถนนสายหลักก็คือสายหลัก ถนนสายรองก็คือสายรอง

(จบตอน)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บันทึกแล้ว
⚠️ บันทึกไว้แล้ว!

📚 ชั้นหนังสือของฉัน

🔔 0
รายชื่อตอน
× LIST OF CHAPTERS กำลังโหลด...
กำลังดึงรายการ...
🎁

ส่งของขวัญให้ผู้แปล 💖

ขอบคุณที่สนับสนุนผู้แปลค่ะ 💕

×