ตอนที่ 208 ระวังตระกูลเสิ่น
ลู่หลีชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าพลางเชื้อเชิญ "เชิญขึ้นมาทางนี้เลยค่ะ"
เมื่อหลีรั่วนั่งลงตรงข้ามกับลู่หลี เหอเล่อก็ยังคงปรับอารมณ์ตามไม่ทัน
เสิ่นสวี่เพิ่งถูกเหวี่ยงกระเด็นออกไปจนกระดูกหักหามขึ้นเปลไปหมาด ๆ
ส่วนหลีรั่วขูดได้รางวัลดี ๆ แถมยังได้รับเชิญขึ้นมาบนรถบ้าน... ?
นี่มันคนจากตระกูลลึกลับเชียวนะ! ไม่ควรจะไปสนิทสนมด้วยมากเกินไปสิ! เขาพยายามขยิบตาเป็นสัญญาณให้ลู่หลีอย่างเอาเป็นเอาตาย
แต่อีกฝ่ายกลับมองไม่เห็นเลยสักนิด ทั้งคู่คุยกันอย่างถูกคอ ลู่หลีถึงกับเอาแตงโมออกมาเลี้ยงแขกด้วย
พอเขาเงี่ยหูฟังดี ๆ ทั้งสองคนคุยโม้โอ้อวดกันไปไกลถึงสวรรค์ชั้นเก้าแล้ว
เหอเล่อนั่งฟังอย่างอกสั่นขวัญแขวน จนกระทั่งเข้าสู่ประเด็นสำคัญ เมื่อหลีรั่วถามว่า "เสี่ยวหลี สนใจมาเข้าร่วมกับตระกูลเจียงของพวกเราไหมจ๊ะ?"
เขาถึงกับสูดหายใจเข้าลึก ๆ ถามกันตรง ๆ แบบนี้เลยเหรอ?
แถมเพิ่งเจอกันได้เท่าไหร่ เรียกเสี่ยวหลี (หลีน้อย) ซะสนิทสนมเลยนะ!
ลู่หลียิ้มพลางส่ายหน้า "ไม่ล่ะค่ะ เสรีภาพจงเจริญ"
เหอเล่อถอนหายใจอย่างโล่งอก ถ้าแม้แต่ลู่หลียังต้องยอมสยบให้ตระกูลลึกลับ มนุษยชาติคงถึงกาลอวสานในเร็ววัน
ตระกูลลึกลับไม่ใช่สิ่งที่ผู้มีพลังพิเศษจะเทียบติดได้เลย พวกเขามีสายเลือดพิเศษ ร่างกายแข็งแกร่ง และมีพลังพิเศษที่ทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ
ที่สำคัญที่สุดคือ พวกเขาเป็นผู้จัดหาเสบียง น้ำ อาหาร และอาวุธให้แก่ฐานที่มั่นต่าง ๆ...
แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าเสบียงเหล่านั้นมาจากไหน รู้เพียงแค่ว่าในแต่ละวันแต่ละเดือน ฐานที่มั่นต้องส่งมอบนิวเคลียสคริสตัลจำนวนมหาศาล
เพื่อแลกกับเสบียงเพียงน้อยนิดที่น่าเวทนา เรียกได้ว่าก่อนที่ลู่หลีจะปรากฏตัวขึ้น
ทรัพยากรทั้งหมดในโลกวันสิ้นโลกล้วนตกอยู่ในกำมือของตระกูลลึกลับ
หลีรั่วยิ้มโดยไม่พูดอะไรและไม่เซ้าซี้ เมื่อรู้จุดยืนของอีกฝ่ายแล้ว เธอกลับรู้สึกเป็นห่วงลู่หลีขึ้นมาแทน
ตระกูลลึกลับนั้นยะโสโอหังมาก หากใครบังอาจขัดผลประโยชน์ พวกเขาจะกำจัดทิ้งทันที
ไม่มีทางยอมให้มีหนามทิ่มแทงใจดำคงอยู่ ถ้ามี ก็ต้องถอนรากถอนโคนทิ้งให้ได้
และลู่หลี หนามชิ้นนี้ ก็ปักมานานพอสมควรแล้ว...
"ระวังตระกูลเสิ่นไว้ให้ดี" หลีรั่วทิ้งคำพูดสี่คำนี้ไว้ก่อนจากไป
คำพูดนั้นทำให้เหอเล่อนำไปครุ่นคิดอย่างหนัก ตระกูลเสิ่น...
แม้เขาจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แต่คนในฐานที่มั่นกลางต่างปิดปากเงียบเรื่องตระกูลลึกลับ...
ช่างไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเอาเสียเลย
ลู่หลีหันไปเห็นหน้าเหอเล่อที่ยับย่นเหมือนมะระขี้นก "โธ่เอ๊ย คุณไม่ต้องกังวลหรอก ตอนนี้คุณควรจะอยู่ห่าง ๆ ฉันไว้จะดีกว่า ระวังจะโดนลูกหลงไปด้วยนะ"
เหอเล่อยิ้มขื่น เมื่อทั้งคู่พบกันครั้งแรก พวกเขาก็กลายเป็นคนที่ลงเรือลำเดียวกันไปเสียแล้ว
หลีรั่วยังไม่กลับไป เธอแวะไปที่เซเว่นแทน เพราะอยากรู้ว่าความแข็งแกร่งของลู่หลีไปถึงขั้นไหนแล้ว
จะสามารถสั่นคลอนตระกูลลึกลับได้จริงหรือไม่...
ก้าวแรกที่เดินเข้าเซเว่น ความรู้สึกแรกคือ... คนเยอะมาก...
แต่พอมองไปรอบ ๆ พื้นที่กว้างขวางมาก ชั้นวางของถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย สินค้าด้านบนก็ครบครันเต็มพิกัด
ขวามือของประตูทางเข้าคือเคาน์เตอร์คิดเงิน มีคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ดูเหมือนเครื่องแลกแต้มตั้งอยู่
ลึกเข้าไปด้านในคือชั้นวางของเรียงเป็นแถว ๆ และมีตู้แช่เย็นวางชิดผนัง
ตั้งแต่เครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว ไปจนถึงของใช้จิปาถะอย่างกรรไกรตัดเล็บหรือถุงขยะ
เรียกได้ว่านอกจากข้าว กับข้าว ผลไม้ และผักสดแล้ว แทบจะหาซื้อทุกอย่างได้ในเซเว่นนี้
แน่นอนว่ายกเว้นพวกของรางวัลแปลก ๆ อย่างต้นไม้กล่องสุ่ม การก๊อปปี้ หรือต้นกล้าปรับปรุงดิน...
หลีรั่วอดไม่ได้ที่จะหยิบตะกร้าช้อปปิ้งมาถือไว้ เดินไปพลาง (ความจริงคือเบียดไปพลาง) และหยิบสินค้าชิ้นเล็กชิ้นน้อยใส่ตะกร้าไปตลอดทาง
พอเดินครบหนึ่งรอบเธอก็พบว่าตะกร้าเต็มปรี่ เธอหัวเราะให้กับตัวเองอย่างยอมรับชะตากรรม ก่อนจะไปต่อแถวเติมคริสตัล
แม้คนจะเยอะ แต่ทุกคนก็ขยับตัวกันเร็ว คนที่เคาน์เตอร์คิดเงินก็มีความชำนาญมาก
กว่าจะหลุดพ้นจากสิ่งยั่วยวนอันมหาศาลในเซเว่นมาได้ หลีรั่วก็ยื่นมือไปจัดทรงผมให้เข้าที่ แล้วเก็บสินค้าถุงใหญ่เข้าสู่พื้นที่มิติ
เธอตั้งใจจะไปดูที่โรงอาบน้ำเสียหน่อย แต่กลับพบอาคารอีกหลังที่อยู่ด้านหลัง รูปทรงเหมือนกล่องเหล็ก ปิดมิดชิด แต่คนเยอะมาก
ความอยากรู้อยากเห็นผลักดันให้เธอเดินเข้าไปหา ลองถามใครสักคนดู "ที่นี่ทำอะไรเหรอ?"
คนคนนั้นตอบโดยไม่แม้แต่จะหันมามอง เห็นชัดว่าคงตอบคำถามนี้มาหลายรอบแล้ว "ขายอาหารจานด่วนครับ"
"อ้อ" เมื่อคืนต้าซู่กับหลิวเย่เอากลับไปอย่างหนึ่ง เธอยังไม่ได้ลองชิมเลย ต้องลองดูหน่อยแล้ว
หลีรั่วไปยืนต่อแถว แต่อยู่นานแถวก็ไม่ขยับเลยสักนิด
เธอถามขึ้นอีก "ทำไมไม่ขยับเลยล่ะ"
"เฮ้ ขายหมดตั้งนานแล้วครับ พวกเรามายืนต่อแถวจองของวันพรุ่งนี้กันน่ะ"
"..." หลีรั่วหมุนตัวเดินจากไปทันที ลืมไปเลย หลิวเย่เคยบอกว่าวันหนึ่งมีแค่สองร้อยกล่อง
เธอไปที่โรงอาบน้ำต่อ แต่ที่นั่นก็คนแน่นขนัดไม่แพ้กัน สรุปได้ว่าที่ไหน ๆ คนก็เยอะทั้งนั้น
ข้างในนี้มีลูกเล่นมากกว่าเสียอีก เหมือนถูกสร้างมาเพื่อฐานที่มั่นกลางโดยเฉพาะ เพราะที่นี่คนเยอะ และคริสตัลในมือของทุกคนก็เยอะตามไปด้วย
ทว่าการต้องตกอยู่ภายใต้แรงกดดันทางร่างกายและจิตใจเป็นเวลานาน การเผลอพลั้งมือฆ่าคนจึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่าย
พอมีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจแบบนี้ เหตุการณ์ "ฆ่าตัวตาย" โดยไม่มีสาเหตุในฐานที่มั่นกลางน่าจะลดลงไปมาก
หลีรั่วเลือกใช้บริการหลายอย่างเพื่อสัมผัสประสบการณ์ เริ่มจากการแช่น้ำพุร้อน มีทั้งแบบบ่อเดี่ยว บ่อคู่ และบ่อรวม
ข้างบ่อน้ำพุร้อนแต่ละบ่อจะมีฉากกั้นหรือต้นไม้ประดับไว้เพื่อแบ่งโซน ทำให้มองไม่เห็นคนอื่น
หลีรั่วถอนหายใจอย่างพึงพอใจในบ่อน้ำพุร้อนเดี่ยว ช่างสบายเหลือเกิน พรุ่งนี้ต้องพาหลิวเย่มาลองบ้างแล้ว
ขณะแช่น้ำพุร้อน ด้านหน้ายังมีหน้าจอที่สามารถเล่นวิดีโอหรือภาพยนตร์ได้ด้วย
แช่ไป ดูไป แถมยังกินผลไม้และขนมเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่หยิบมาจากโซนบุฟเฟต์ได้อีก
สวรรค์ชัด ๆ...
ที่ต้องออกไปสู้รบอาบเลือดในฝูงซอมบี้ทุกวันไปเพื่ออะไร ก็เพื่อช่วงเวลาแบบนี้ไม่ใช่เหรอ!
พอแช่เสร็จ หลีรั่วสวมชุดที่ทางโรงอาบน้ำจัดเตรียมไว้ให้ แล้วมาที่โซนนวด หาเตียงว่างนอนคว่ำลงเพื่อรอให้หมอนวดมาลงมือ
นวดได้ถึงใจสุด ๆ ตอนแรกหลีรั่วนึกว่าตัวเองเป็นคนเส้นลึก นึกไม่ถึงว่าจะถูกนวดจนเกือบหลุดร้องออกมา เสียฟอร์มชะมัด
แถมยังถูกหมอนวดทักว่า "ไหล่คุณแข็งมากเลยนะจ๊ะหนู วันหลังต้องออกกำลังกายเยอะ ๆ นะ~"
ฉันเนี่ยนะ? ฉันเนี่ยนะ? ฉันออกกำลังกาย (ฆ่าซอมบี้) น้อยไปเหรอ?
หลีรั่วไม่พูดอะไร ตั้งใจดื่มด่ำกับความสบาย ต้องยอมรับว่านวดได้ดีจริง ๆ
คนพวกนี้ไปหามาจากไหนกันนะ? ดูไม่เหมือนคนในฐานที่มั่นเลย ช่างดูมีพละกำลังและสดชื่นแจ่มใสเหลือเกิน!
แช่น้ำพุร้อนเสร็จ นวดเสร็จ หลีรั่วก็ถือโอกาสแคะหูไปด้วยเลย
ครบวงจรแล้วรู้สึกกระปรี้กระเปร่า ถ้าไม่ติดว่าต้องดูเวลา เธอคงอยากจะไปจัดมื้อใหญ่แล้วดูหนังต่ออีกสักเรื่อง
ก่อนจะเดินออกไป หลีรั่วถึงกับรู้สึกอาลัยอาวรณ์ขึ้นมาเลยทีเดียว ในที่สุดเธอก็เข้าใจแล้วว่าทำไมชื่อเสียงของลู่หลีถึงโด่งดังขนาดนี้...
นี่แหละคือความหมายของการมีชีวิตอยู่ของมนุษย์ ไม่ใช่ตื่นมาก็ต้องฆ่าซอมบี้ทุกวัน!
หลีรั่วเดินออกจากโรงอาบน้ำด้วยความเปล่งปลั่ง เธอเหลือบเห็นป้ายโรงแรมรุ่งอรุณ แล้วตัดสินใจเดินเข้าไป
ทันทีที่ก้าวพ้นประตูใหญ่ เธอสบตากับคนหลังเคาน์เตอร์ ทั่งคู่ชะงักลมหายใจไปชั่วครู่ ก่อนจะเบือนหน้าหนีอย่างรู้กัน
ฉู่หลีเซิงนั่งตัวตรงโดยไม่รู้ตัว "เข้าพัก?"
หลีรั่วพยักหน้า ก่อนจะส่ายหน้า "ขอเดินชมดูก่อน"
คนในล็อบบี้โรงแรมมีไม่มากนัก แค่ประปราย ที่นี่ไม่เหมือนเซเว่นที่ซื้อของแล้วไปได้เลย
ชาวเมืองส่วนใหญ่ในฐานที่มั่นกลางต่างก็มีห้องพักที่ถูกจัดสรรไว้ให้แล้ว คนที่มาตอนนี้คาดว่าส่วนใหญ่คงมาเพื่อสืบข่าวมากกว่า
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น