ตอนที่ 182 จี๋ลี่
【สวรรค์ บอสลู่ทำอะไรลงไปเนี่ย?】
【นั่นสิ อย่างกับถอนหัวไชเท้าเลย ถอนออกมาทีละหลังแล้วก็ไปเฉย】
【ลื่นไหลสุด ๆ...】
【เอาตรง ๆ นะ ฉันแอบกังวลนิดหน่อยว่าบอสลู่จะขับรถชนคนพวกนั้นที่ขวางอยู่ข้างหน้าหรือเปล่า】
【เรื่องที่บอสลู่ทำน่ะ พวกคุณวางใจได้เลย!】
【ว่าแต่ นี่คือการย้ายฐานที่มั่นใช่ไหม? สถานีต่อไปคือที่ไหนกันนะ?】
เรื่องราวเหล่านี้พักไว้ก่อน พวกร้อยกว่าคนที่ถูกทิ้งไว้ที่เดิมต่างทำได้แค่ยืนมองรถบ้านลอยจากไปอย่างไร้หนทาง
จากนั้นพวกเขาก็ได้แต่มองหน้ากันด้วยความใบ้กินอยู่พักใหญ่ สุดท้ายก็ต้องสะบัดหน้าหนีกลับเข้าฐานที่มั่นไป
ภายในรถบ้านที่ลอยห่างออกไปเรื่อย ๆ ลู่หลีเท้าสะเอวเงยหน้าหัวเราะร่าอย่างสะใจสุดขีด
หลัวมู่ก็หัวเราะอยู่ข้าง ๆ "นายไม่ได้เห็นหน้าพวกนั้นนะ ท่าทางเหมือนคนไม่เคยเห็นโลก ตะลึงจนดูโง่ไปเลย"
จากนั้นเขาก็แกล้งดัดเสียงเลียนแบบท่าทางพวกนั้น พลางทำไม้ทำมือประกอบ "ถ้าเธออยากจะไปล่ะก็ ก็ข้ามศพพวกเราไปก่อนเถอะ~"
ทำเอาลู่หลีหัวเราะจนเกือบหายใจไม่ทัน แม้ทุกคนจะไม่ได้บาดเจ็บอะไร แต่ในใจกลับรู้สึกสะใจมากที่ได้ตอกกลับคำขู่พวกนั้น!
เหอะ ๆ~
หลังจากหัวเราะกันอยู่พักใหญ่จนอารมณ์เริ่มคงที่ เสิ่นปิงจึงเอ่ยถาม "ตอนนี้พวกเรากำลังจะไปที่ฐานที่มั่นจี๋ลี่ใช่ไหม?"
ลู่หลีพยักหน้าไปครึ่งหนึ่งก่อนจะเช็กคอมพิวเตอร์แสงอย่างระมัดระวัง จุดหมายปลายทางคือฐานที่มั่นจี๋ลี่จริง ๆ เธอจึงตอบว่า "ใช่ค่ะ จะไปคืนนี้หรือพรุ่งนี้เช้าก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอก!"
หลัวมู่พยักหน้าเห็นด้วยอย่างแรง เสิ่นปิงนั่งลงบนเก้าอี้พลางมองลู่หลีที่กำลังฮึกเหิมด้วยรอยยิ้ม ส่วนฉู่หลีเซิงเท้าคางมองทุกคนพลางซ่อนรอยยิ้มไว้ที่มุมปาก
ระยะทางระหว่างสองฐานที่มั่นไม่ได้ไกลกันนัก ประมาณห้าร้อยกิโลเมตร สำหรับรถบ้านที่ใช้ความเร็วเต็มพิกัด เพียงชั่วโมงเดียวก็ถึง
ประตูและกำแพงของแต่ละฐานที่มั่นดูไม่ต่างกันนัก ล้วนถูกสร้างขึ้นในช่วงปีที่สองของวันสิ้นโลก สิ่งเดียวที่ต่างกันคือขนาดและชื่อ
ฐานที่มั่นหวังชุนที่เพิ่งจากมานั้นใหญ่กว่าทุกแห่งที่ลู่หลีเคยเห็นมา กำแพงเมืองยาวสุดลูกหูลูกตาและสูงชันมาก
บนกำแพงจะมีทหารรักษาการณ์ยืนประจำจุดอยู่ทุกระยะ และมีไฟสปอตไลต์ส่องสว่างราวกับกลางวันคอยตรวจตรา ดูเป็นระบบระเบียบมากกว่าที่อื่น
รถบ้านค่อย ๆ หยุดนิ่งในพื้นที่โล่งห่างจากฐานที่มั่นจี๋ลี่ประมาณสองร้อยเมตร ประจวบเหมาะกับที่ไฟสปอตไลต์ส่องมาพอดี แต่มันก็แค่ส่องผ่านไปเฉย ๆ
ทว่าเหมือนเพิ่งจะเอะใจ ไฟจึงส่องกลับมาที่รถบ้านตรง ๆ รถบ้านที่สว่างอยู่แล้วพอโดนไฟส่องเข้าไปอีกก็ยิ่งแสบตาจนลู่หลีต้องยกมือขึ้นบังตาไว้หลวม ๆ
"สงสัยจะพบคนแปลกหน้าเข้าแล้ว" เสิ่นปิงอธิบายพลางก้าวขึ้นหน้ามาเล็กน้อยเพื่อช่วยบังแสงจ้าที่ส่องมา
"แล้วไงต่อล่ะ?" ลู่หลีถามอย่างงง ๆ
ดูเหมือนเธอจะไม่เคยเดินทางมาถึงฐานที่มั่นในช่วงกลางคืนเลย ปกติจะมาถึงตอนกลางวันแสก ๆ ตลอด...
ความคิดนั้นแวบผ่านสมองไป ไฟสปอตไลต์ก็เริ่มกะพริบเป็นจังหวะ มีทั้งสีแดง เหลือง และเขียวสลับกัน ลู่หลีรู้สึกแสบตายิ่งกว่าเดิม
จากนั้น เสียงตะโกนที่ดังมาจากประตูหลักของฐานที่มั่นจี๋ลี่ก็แว่วมา พร้อมกับเสียงซ่า ๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของลำโพง "นั่นใครน่ะ?"
ลู่หลีเห็นว่าพวกเขาไม่ได้ประสงค์ร้าย เป็นแค่การถามไถ่ปกติ จึงหยิบโทรโข่งออกมาตอบกลับไป "บอสลู่ ร้านสลาก!"
ทางนั้นเงียบไปพักใหญ่เหมือนจะอึ้ง ลู่หลีรออย่างใจเย็น เมื่อมีเสียงตอบกลับมาอีกครั้ง ฟังออกเลยว่าเปลี่ยนคนพูดแล้ว
"มาทำอะไร?"
ลู่หลีตะโกนสุดเสียง "มาขายสลาก!"
ช่างเป็นเหตุผลที่สมเหตุสมผลยิ่งนัก
ทางนั้นตอบกลับมาว่า "ยินดีต้อนรับบอสลู่มาขายสลากที่ฐานที่มั่นจี๋ลี่! จะเริ่มขายตอนนี้เลยไหม?"
ลู่หลีเงยหน้ามองพระจันทร์ที่แขวนเด่นอยู่บนฟ้าพลางพูดไม่ออกไปชั่วขณะ นี่มันเวลานอนนะ จะมาขายอะไรตอนนี้
"พรุ่งนี้เก้าโมงเช้า!" ลู่หลีตะโกนจนคอแทบแตก โชคดีที่ทางนั้นตอบกลับมาแค่คำว่าตกลง เธอจึงคิดว่าบทสนทนานี้ควรจบลงแค่นี้ได้แล้ว
ทุกคนต่างทยอยแยกย้ายกลับที่พักของตน
เสิ่นปิงเดินรั้งท้าย เขาเกาะขอบโต๊ะลังเลที่จะพูด ก่อนจะกระซิบเตือนเสียงเบา "พอถึงฐานที่มั่นจี๋ลี่แล้ว ต้องระวังเซิ่งเสวียนให้มากนะ"
ลู่หลีรับคำ ในใจเธอมีแผนรับมืออยู่แล้ว
หารู้ไม่ว่า ทางฝั่งโน้นเพิ่งจะเริ่มขยับตัว
หลังจากหัวหน้าหน่วยทหารรักษาการณ์คุยกับลู่หลีจบ เขาก็รีบลงจากกำแพงเมือง วิ่งกระหืดกระหอบมุ่งหน้าไปยังเขตแกนกลาง ซึ่งเป็นที่พักของหัวหน้าฐานและเหล่าผู้นำระดับสูง
เขาต้องผ่านจุดตรวจหลายแห่งกว่าจะถึงเขตแกนกลาง
ในที่สุดก็มาถึงหน้าบ้านพักของหัวหน้าฐาน ซึ่งเป็นวิลล่าหลังเล็กสามชั้นที่มีลานกว้างพอสมควร และมีทหารรักษาการณ์ยืนเฝ้าอยู่รอบนอก
หัวหน้าหน่วยยืนรออยู่หน้าลานเพื่อรอการรายงานตัว ผ่านไปเนิ่นนานจึงได้รับอนุญาตให้เข้าไปข้างใน
หัวหน้าฐานกำลังเตรียมตัวจะเข้านอน เขานั่งเอนหลังอยู่บนโซฟานุ่ม ๆ เท้าทั้งสองข้างวางพาดบนโต๊ะกาแฟ พลางแคะหูแล้วพูดว่า "มีอะไรก็รีบพูดมา"
หัวหน้าหน่วยเอ่ยอย่างนอบน้อม "ลู่หลีพารถบ้านร้านสลาก พร้อมกับเซเว่น โรงแรม และโรงอาบน้ำมาถึงแล้วครับ ตอนนี้จอดอยู่ห่างจากฐานไปประมาณสามร้อยเมตร"
เขาแจ้งเรื่องราวเพียงไม่กี่ประโยคให้ชัดเจน แล้วแอบเงยหน้าสังเกตสีหน้าของหัวหน้าฐานอย่างระมัดระวัง
แต่กลับไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงใด ๆ หัวหน้าฐานจ้องมองที่ปลายเท้าตัวเองด้วยสีหน้าเรียบเฉย แล้วบอกสั้น ๆ "รู้แล้ว ออกไปได้"
"ครับ" หัวหน้าหน่วยถอยออกไป
เมื่อเขาออกไปจนลับตา หัวหน้าฐานค่อย ๆ ชักเท้ากลับมา เขายืนเท้าเปล่าบนพรมก่อนจะเตะโต๊ะกาแฟจนพลิกคว่ำเสียงดัง "ปัง—"
ข้าวของบนโต๊ะกระจายเกลื่อนพื้น
เขาบดเขี้ยวเคี้ยวฟันด่าพึมพำ "เซิ่งเสวียนมันมัวทำบ้าอะไรอยู่! รู้อย่างนี้ไม่น่าปล่อยมันออกไป น่าจะเก็บเอาไว้คอยปรนนิบัติฉัน!"
จากนั้นเขาก็เหลือบมองคนที่นั่งคุกเข่ารับใช้อยู่ข้าง ๆ เมื่อระงับความโกรธได้บ้างจึงสั่งว่า "เก็บกวาดให้สะอาด แล้วรู้หน้าที่ตัวเองนะ"
คนที่คุกเข่าหมอบอยู่กับพื้นได้ยินดังนั้นร่างกายก็สั่นสะท้านเล็กน้อย หมัดกำแน่นจนเห็นเส้นเลือด ดวงตาแดงก่ำ
ก่อนวันสิ้นโลกจะปะทุ มันคือยุคอารยธรรมที่เชิดชูความเท่าเทียมและมีกฎหมายคอยกำกับ ทุกคนจึงไม่กล้าทำเรื่องที่ผิดศีลธรรม
แต่พอวันสิ้นโลกมาถึง พร้อมกับการปรากฏตัวของพลังพิเศษที่สุ่มเกิดขึ้น ความเลวทรามของมนุษย์ก็ถูกเผยออกมาจนหมดสิ้น
การมีพลังพิเศษคือแต้มต่อที่ยิ่งใหญ่ที่สุด จากนั้นก็ค่อย ๆ ครอบครองอำนาจและอิทธิพล เรื่องที่เคยอยากทำแต่ไม่กล้าทำในอดีต บัดนี้กลับถูกนำมาทำจนครบถ้วนในโลกวันสิ้นโลก
ยังไงซะฐานที่มั่นกลางก็อยู่ไกลเกินกว่าจะเอื้อมมือมาถึง คิดจะจัดการก็คงทำได้แค่ในใจเท่านั้น
อย่างเช่น หัวหน้าฐานที่มั่นจี๋ลี่ หลิวเชิน ที่มีรสนิยมส่วนตัวที่ค่อนข้างวิปริต...
ลู่หลีที่อยู่นอกฐานที่มั่นจี๋ลี่ไม่รู้เรื่องราวเหล่านี้เลย เธอนอนแผ่อยู่บนเตียง เล่นคอมพิวเตอร์แสงอย่างเพลิดเพลิน หลังจากโพสต์ข้อความลงไปโพสต์หนึ่งเธอก็หลับปุ๋ยไป
วันรุ่งขึ้น ลู่หลีตื่นขึ้นมาเองตามธรรมชาติ แต่ก็นะ มนุษย์เรามักจะมีความเสน่หาต่อเตียงนอนอย่างแรงกล้า เธอจึงนอนอืดไม่อยากลุก พร้อมกับหยิบคอมพิวเตอร์แสงขึ้นมาเปิดดู
ดูเหมือนทุกคนจะไม่ค่อยนอนกันเลย พริบตาเดียวโพสต์ของลู่หลีก็ถูกดันขึ้นเทรนด์ฮิต มีคนกดไลก์เป็นแสนและคอมเมนต์อีกหลายหมื่น
แม้ว่ายอดไลก์จะมีการปั๊มเพิ่มนิดหน่อย ซึ่งเป็นฝีมือของฐานที่มั่นกลางที่แอบจ้างไอโอมาช่วยปั๊มยอดให้ลู่หลี เพื่อไม่ให้เธอหมดหวังในตัวมนุษยชาติไปเสียก่อน
ลู่หลีเลื่อนอ่านคร่าว ๆ คอมเมนต์ก็เดิม ๆ ไม่หนีไปจาก ‘รีบมาฐานที่มั่นเราที’, ‘ช่วงนี้ขูดได้รางวัลอะไรบ้าง?’, ‘เมื่อไหร่จะซื้อสลากออนไลน์ได้เสียที?’
และเรื่องทำนองนั้น
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น