-->

วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ตอนที่ 160 เสี่ยวเหม่ยสภาวะจำศีล

 ตอนที่ 160 เสี่ยวเหม่ยสภาวะจำศีล


......


ซูเหยียนสวมชุดกระโปรงคลุมท้องสีเหลืองใบไม้ทอง เท้าสวมรองเท้าส้นแบนประดับมุกสีเดียวกัน พลางก้าวเดินเล่นอยู่ในสวน


ทันใดนั้นนางพลันชะงักฝีเท้าลง รูม่านตาฉายแววตื่นตะลึงอย่างยิ่ง 【เสี่ยวเหม่ยเจ้าว่าอย่างไรนะ? ครานี้ต้องตั้งครรภ์ถึงหนึ่งปีรึ!】


รู้สึกมิต่างอะไรจากการตั้งครรภ์มนุษย์เลยสักนิด


เสี่ยวเหม่ยตอบ 【เผ่าเทวทูตมิเหมือนเผ่าอสูรอื่น ยามพวกเขาถือกำเนิดมาก็อยู่ระดับอสูรศักดิ์สิทธิ์แล้ว ระยะเวลาในการปฏิสนธิจึงยาวนานกว่า หากเป็นอสูรหญิงตนอื่น ต่อให้ต้องตั้งครรภ์ถึงหนึ่งร้อยปีก็มิใช่เรื่องแปลกค่ะ】


ซูเหยียนนั้นคุ้นชินกับการตั้งครรภ์เพียงหนึ่งเดือนมาตลอด ยามนี้ต้องตั้งครรภ์ถึงหนึ่งปีจึงยากจะยอมรับได้ 【มันยาวนานเกินไปแล้ว】


เสี่ยวเหม่ยตอบ 【ตามแผนการเดิมหลังจากคลอดลูกเผ่าเทวทูตเสร็จ พวกเราก็จะออกเดินทางไปเสาะหาเผ่าจิ้งจอกสวรรค์เก้าหางต่อ โทษทีเป็นความสะเพร่าของเสี่ยวเหม่ยเองที่ลืมเลือนลักษณะเด่นเรื่องการเจริญเติบโตอันล่าช้าของเผ่าเทวทูตไปค่ะ】


ซูเหยียนทอดถอนใจ 【ช่างเถอะ มิน่าเล่าครานี้ความอยากอาหารของข้าถึงมิได้รุนแรงเพียงนั้น ที่แท้เฉลี่ยออกไปเป็นเวลาหนึ่งปีนี่เอง】


ยามทอดสายตามองดูมวลกุหลาบหลากสีสันในสวน พลันนึกไปถึงกลิ่นกายหอมละมุนบนร่างของฟาเซอร์ รวมถึงเรื่องที่ดูเหมือนเขาจะทราบดีว่ามีระบบเกิดลูกอยู่ ทารกในครรภ์ย่อมปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ จึงมักจะคอยพานางร่วม 'ออกกำลังกาย' อยู่ร่ำไป


【เสี่ยวเหม่ย ความปรารถนาของเขาออกจะเกินขอบเขตไปหน่อยนะ】 มิเหมือนสามีอสูรตนอื่น จงซือหลี่และคนอื่นๆ มักจะให้ความสำคัญกับการปกป้องร่างกายของนางเป็นอันดับแรกเสมอ


ทว่าฟาเซอร์นั้นต่างออกไป แม้เขาจะห่วงใยทารกในครรภ์มิน้อยและจัดเตรียมวัตถุดิบวิญญาณอันล้ำค่ามาให้นางมิต่ำ ทว่าในฐานะผู้ที่เพิ่งเคยลิ้มลองรสรักเป็นคราแรก ย่อมมีความลุ่มหลงมัวเมาเป็นธรรมดา นางกังวลว่าสุดท้ายแล้วจะส่งผลกระทบให้เด็กได้รับบาดเจ็บ


อสูรหญิงในโลกอสูรยามตั้งครรภ์แล้ว ตามสัญชาตญาณย่อมต้องให้ความสำคัญกับทารกในครรภ์เป็นอันดับแรก หากอสูรชายมีท่าทีคุกคามลูกน้อย แม้เพียงเศษเสี้ยว ย่อมจุดชนวนให้เกิดความต่อต้านอย่างรุนแรงจากอสูรหญิงทันที


【โฮสต์คะ...... หรือว่า...... ท่านปรารถนาจะไปจากที่นี่รึคะ?】 น้ำเสียงของเสี่ยวเหม่ยดูเชื่องช้าลงมิน้อย ช่วงนี้ระบบมักจะบังเกิดอาการ卡頓 (สะดุด) อยู่บ่อยครั้ง ทว่าระบบป้องกันภัยกลับมิมีสัญญาณแจ้งเตือนความผิดปกติใดๆ เลย


【ไปจากที่นี่รึ?】 ซูเหยียนมิได้สังเกตเห็นความผิดปกติของเสี่ยวเหม่ย ผ่านไปครู่หนึ่งนางพลันยกยิ้มขึ้นมา ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับแฝงเล่ห์กลเล่ห์เหลี่ยมบางอย่าง 【บางที มารถทำได้นะ】


เมื่อวันก่อน นางใช้แผนที่ระบบจับภาพลิลิธได้ อีกฝ่ายมยินยอมพร้อมใจที่สิ่งของในกำมือตนถูกผู้อื่นแย่งชิงตัดหน้าไป ยามนี้กำลังเคลื่อนย้ายกำลังเส้นสายขุนนางระดับมืด เพื่อวางแผนลักพาตัวซูเหยียนหนีไป แล้วนำไปขายยังทวีปอื่นให้กลายเป็นนางโลม


ช่างเป็นแผนการที่ทั้งโง่เขลาและอำมหิตยิ่งนัก ทว่ายามนี้ กลับประจวบเหมาะตรงตามความประสงค์ของนางพอดี


เสี่ยวเหม่ยตกอยู่ในความเงียบงันอีกครา


ซูเหยียนยังคงมิพบความผิดปกติของเสี่ยวเหม่ย นางก้าวเดินต่อไปข้างหน้า


เบื้องหน้านางมีอัศวินศักดิ์สิทธิ์ในชุดคลุมศาสนจักรสีแดงตนหนึ่งเดินตรงเข้ามา เขามองนางด้วยรอยยิ้ม ในมือถือไม้เท้าเวทสีดำที่ดูมีความยาวเพียงหนึ่งฟุตเศษเศษ


ซูเหยียนหยุดชะงักฝีเท้าลงตามสัญชาตญาณ หมุนตัวเดินไปทางเส้นทางเล็กอีกสายหนึ่ง เพื่อหลบเลี่ยงอัศวินศักดิ์สิทธิ์ชุดแดงตนนั้น


อีกฝ่ายแอบยกไม้เท้าเวทขึ้นมาอย่างเงียบๆ ทว่าการเปลี่ยนทิศทางกะทันหันของซูเหยียนทำให้เขาประหลาดใจ จึงจำต้องเก็บไม้เท้าเวทในมือลงตามเดิม


【เสี่ยวเหม่ย?】 ซูเหยียนร้องเรียกเสี่ยวเหม่ยในใจ


ผ่านไปครู่ใหญ่เสี่ยวเหม่ยจึงตอบกลับ: 【โฮสต์คะ เมื่อครู่ข้าสะดุดหยุดทำงานไปนานเท่าไหร่รึคะ?】


【เจ้าสะดุดรึ?】 ซูเหยียนมิเคยทราบมาก่อนเลยว่าเสี่ยวเหม่ยก็มารถสะดุดหยุดทำงานได้ด้วย


【เสี่ยวเหม่ยเป็นระบบค่ะ ในเมื่อมารถถูกติดตั้งลงบนร่างกายของโฮสต์ได้ ย่อมมารถถูกถอดถอนออกไปได้เช่นกันค่ะ】


【ว่าอย่างไรนะ?!】 สีหน้าของซูเหยียนแปรเปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวง สะท้อนปฏิกิริยาตอบกลับทางกาย รีบหันกลับไปมองอัศวินศักดิ์สิทธิ์ชุดแดงเมื่อครู่ทันที


ทว่ามิเห็นร่องรอยของอีกฝ่ายแล้ว


เสี่ยวเหม่ยเอ่ยต่อ: 【ช่วงนี้รู้สึกระบบมีสิ่งผิดปกติจริงๆ ค่ะ ทว่าระบบป้องกันภัยกลับมิมีการเตือนภัยอันใดเลย】


【เหตุใดมิบอกข้าให้เร็วกว่านี้】 ซูเหยียนบังคับตนเองให้สงบจิตใจลงอย่างเด็ดขาด พลันวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้อย่างถี่ถ้วน


เสี่ยวเหม่ยสำหรับนางแล้ว มิต่างอะไรจากอากาศและสายน้ำ ย่อมมิอาจยอมให้เกิดความผิดพลาดใดๆ ขึ้นเด็ดขาด


ศึกศักดิ์สิทธิ์ ศาสนจักร คณะกรรมการมหาสงคราม ระบบเกิดลูก...... ข้อมูลอันสลับซับซ้อนสับสนอลหม่านพรั่งพรูเข้าสู่สมองที่กำลังครุ่นคิดอย่างหนักของซูเหยียน


......


ไลน่าถือตะกร้าผลไม้ใบหนึ่ง เดินทางมายังพระราชวังศักดิ์สิทธิ์ ตั้งใจจะมากล่าวลาซูเหยียน


ทว่าทันทีที่นางแจ้งความประสงค์ว่าจะเข้าพบซูเหยียน ก็ถูกอัศวินศักดิ์สิทธิ์ประจำราชวังปฏิเสธในทันที ต่อให้นางจะเอ่ยว่าตนเองเคยเป็นผู้ท้าชิงสตรีศักดิ์สิทธิ์ ก็ยังคงถูกปฏิเสธอย่างมิเกรงใจ กระทั่งสายตาที่พวกเขามองมายังแปรเปลี่ยนไป แฝงไปด้วยความหยาบโลนที่ทำให้นางรู้สึกมิสบายตัวอย่างยิ่ง


ไลน่าถือตะกร้าผลไม้ หมุนตัวเดินจากไป


เดินไปได้มิตั้งเท่าไหร่ก็หยุดฝีเท้าลง ใบหูจิ้งจอกบนศีรษะหมุนกลับไปด้านหลังเพื่อผึ่งหูฟัง......


“......เจ้านกยูงนั่นถูกคนในตระกูลกักขังตัวไว้แล้ว มิยอมให้มาคบค้าสมาคมกับนังจิ้งจอกแพศยานั่นอีก”


“ทำไมล่ะ?”


“เจ้ายังจำอสูรหญิงศักดิ์สิทธิ์รุ่นก่อน รวมถึงจุดจบของผู้ท้าชิงคนอื่นได้หรือไม่เล่า?”


“หรือว่า กำลังจะทำการถอดถอนระบบแล้วรึ?”


“ใช่แล้ว หากมิใช่เพราะอสูรหญิงศักดิ์สิทธิ์ในวังตนนั้นตั้งครรภ์ทายาทของคุณชายศักดิ์สิทธิ์ ป่านนี้คงถูกถอดถอนไปตั้งนานแล้ว ทว่าโชคดีคงอยู่ได้เพียงแค่เดือนเดียว รอจนผ่านไปหนึ่งเดือนนางคลอดลูกออกมาเมื่อไหร่......”


“ตั้งใจเข้าเวรไป” มีคนส่งเสียงเอ่ยขัดขึ้น


คนทั้งสองรีบหุบปากทันที มิกล้าเอ่ยสิ่งใดอีก


ใบหน้าของไลน่าพลันแปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าสุนัขจิ้งจอกที่เต็มไปด้วยความโกรธา หากมองจากด้านหน้าย่อมต้องดูสยดสยองน่ากลัวยิ่งนัก


ทว่ามิช้านางก็กลับคืนสู่สภาพปกติ และก้าวเดินต่อไปตามกำแพงวัง


จนกระทั่งเดินมาถึงสถานที่ที่แมกไม้หนาทึบแห่งหนึ่ง นางก็แปลงร่างเป็นจิ้งจอกแดงที่มีหางเพียงหางเดียวในชั่วพริบตา พลันมุดหายเข้าไปในพุ่มไม้ซอกตึก


ช่วงเวลาที่เสี่ยวเหม่ยตกอยู่ในสภาวะจำศีลชั่วคราว (假死) เริ่มยาวนานขึ้นเรื่อยๆ บางคราเอ่ยตอบได้เพียงมิกี่ประโยค ก็จำต้องเข้าสู่สภาวะจำศีลไป


และสินค้าในร้านค้าระบบ ก็จำเป็นต้องรอให้เสี่ยวเหม่ยฟื้นคืนสติเท่านั้นจึงจะมารถเลือกซื้อได้ ของในมิติระบบยังมารถหยิบใช้ได้ตามปกติ ทว่าหากคิดจะให้เสี่ยวเหม่ยช่วยผลิตสิ่งใดให้นั้น ในยามนี้ย่อมเป็นไปมิได้ชั่วคราว


“พี่ซู——” จิ้งจอกแดงตัวหนึ่งมุดออกมาจากพุ่มไม้ดอก พลันส่งเสียงเรียกซูเหยียนเบาๆ


“ไลน่า!” ซูเหยียนประหลาดใจยิ่งนัก “เหตุใดเจ้าถึงมาที่นี่ได้ แล้วยัง......”


ซูเหยียนมองเห็นเศษดินที่ติดอยู่บนอุ้งเท้าของนาง ก็เข้าใจได้ในทันทีว่านางลอบมุดเข้ามา


“หาสถานที่ที่สะดวกสนทนากันเถอะ ขามีเรื่องสำคัญยิ่งจะบอกกล่าวแก่เจ้า เกี่ยวพันถึงระบบเกิดลูก” ไลน่าเอ่ยกับซูเหยียนด้วยความร้อนรน


ซูเหยียนพยักหน้ารับคำทันที “ได้”


นางเปิดแผนที่ระบบดู ยามนี้รอบด้านล้วนมีผู้คน ทว่ามีห้องเก็บของสัพเพเหระหลังหนึ่ง ในรัศมีสองร้อยเมตรมิมีผู้ใดเฝ้าเวรยาม ด้านข้างยังมีน้ำตกเทียมจากภูเขาจำลอง เสียงสายน้ำไหลซัดสาด ย่อมมารถช่วยพรางเสียงสนทนาได้เป็นอย่างดี


ซูเหยียนโอบอุ้มร่างไลน่าขึ้นมา “ล่วงเกินแล้ว”


ไลน่้ามิตัดรอน ทั้งยังฉวยโอกาสเอาหัวซุกไซ้กับหน้าอกของนาง...... “อืม! ขนาดมิใหญ่นัก ทว่ายืดหยุ่นดีเยี่ยมทีเดียว”


ซูเหยียนพูดมิออก นี่นางกำลังถูกอสูรหญิงด้วยกันลวนลามรึอย่างไร?


เมื่อมาถึงห้องเก็บของ ซูเหยียนวางไลน่าลงบนโต๊ะ พลันเอ่ยถามว่า “ตกลงเกิดเรื่องอันใดขึ้นรึ?”


ไลน่ายื่นตะกร้าผลไม้ที่นำมาให้แก่นาง แม้จะลอบเข้ามา ทว่ามารยาทย่อมมิอาจตกหล่น “ข้าเตรียมตัวจะกลับถ้ำจิ้งจอกแล้ว ก่อนไปจึงปรารถนาจะมากล่าวลาเจ้า ทว่ากลับถูกอัศวินศักดิ์สิทธิ์ขวางไว้หน้าประตู ข้ามีโสตประสาทที่ดียิ่ง จึงลอบได้ยินคำสนทนาของพวกเขาเข้า......”


หลังจากซูเหยียนฟังจบก็นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง พลันเอ่ยบอกเล่าเรื่องราวความผิดปกติของระบบเกิดลูกของตนเองให้อีกฝ่ายฟังเช่นกัน


ไลน่าอึ้งตะลึง “ระบบของเจ้า มีสติรับรู้ (靈識) ด้วยรึ?”


“หมายความว่าอย่างไร?” ซูเหยียนขมวดคิ้ว


“ระบบเกิดลูกของข้า เป็นเพียงพื้นที่มิติผืนหนึ่ง ด้านในมีห้องหนึ่งห้อง และบ่อน้ำหนึ่งบ่อ บนชั้นวางของในห้องมีเพียงโอสถตั้งครรภ์ที่จัดเตรียมไว้ให้เฉพาะตัวข้าใช้งานเท่านั้น” ไลน่าลงมือหยิบโอสถตั้งครรภ์ของตนเองออกมา เป็นตัวยาสีดำสนิทเม็ดหนึ่ง ยื่นให้ซูเหยียนดู


ซูเหยียนรับโอสถตั้งครรภ์สีดำมา พลันหยิบโอสถตั้งครรภ์สีทองของตนเองออกมา เพื่อนำมาเปรียบเทียบกันสองสิ่ง


(จบตอน)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บันทึกแล้ว
⚠️ บันทึกไว้แล้ว!

📚 ชั้นหนังสือของฉัน

🔔 0
รายชื่อตอน
× LIST OF CHAPTERS กำลังโหลด...
กำลังดึงรายการ...
🎁

ส่งของขวัญให้ผู้แปล 💖

ขอบคุณที่สนับสนุนผู้แปลค่ะ 💕

×