ตอนที่ 153 จุดประสงค์ของฐานที่มั่นทางการ (รวม 2 ตอน)
หลังจากอิ่มหนำสำราญ หม่าอันกั๋วก็รู้สึกละอายใจอย่างที่ฉินเหนียนคาดไว้ เขาไม่กล้าเอ่ยเรื่องความร่วมมือแล้ว
ทว่าเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ได้รับมอบหมายมาจากเบื้องบน เขาจึงเช็ดปากแล้วตัดสินใจเอ่ยจุดประสงค์ของเขาออกมาอย่างกล้าหาญ
"สหายฉินเหนียน ผมมาในนามของฐานที่มั่นทางการในครั้งนี้ เป้าหมายหลักคือเพื่อมาขอของเหลววิวัฒนาการครับ"
"ของเหลววิวัฒนาการ?" ฉินเหนียนหลังจากฟื้นจากอาการหมดสติก็ยังไม่ได้ออกไปไหน จึงไม่ค่อยทราบว่าผู้มีพลังพิเศษข้างนอกมีระดับการพัฒนาช้าแค่ไหน
ทว่าหลังจากได้สัมผัสกับผู้รอดชีวิตที่เข้ามาในฐานที่มั่นช่วงที่เขาหมดสติไป เขาก็พอจะทราบระดับพลังของผู้มีพลังพิเศษภายนอกอยู่บ้าง
เนื่องจากยังไม่มีใครวิจัยวิธีใช้ผลึกนิวเคลียสที่ถูกต้อง ผู้มีพลังพิเศษส่วนใหญ่จึงเก่งกว่าตอนเพิ่งตื่นรู้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ฐานที่มั่นทางการอาจจะเก่งกว่านิดหน่อย แต่ก็น่าจะไม่มากเท่าไหร่
ในฐานะอดีตสมาชิกหน่วยพิเศษ ฉินเหนียนอยากจะตอบตกลงอยู่หรอก
แต่ฐานที่มั่นและของเหลววิวัฒนาการไม่ใช่ของเขา
ต้องถามความเห็นจากเด็กสาวเสียก่อน
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉินเหนียนจึงตอบไปตามตรง
ในประเด็นนี้ หม่าอันกั๋วเข้าใจดี
เพราะตั้งแต่พวกเขาก้าวเข้าห้องรักษาความปลอดภัย ก็เห็นจอภาพบนผนังแล้ว
ตัวอักษรขนาดใหญ่บนหน้าจอที่เขียนว่า เจ้าของฐานที่มั่น: ซือเซี่ย นั้นเห็นได้ชัดเจนจนยากที่จะไม่สังเกต
"ถ้าอย่างนั้น ท่านหัวหน้าหม่าอาจจะต้องรอสักครู่ครับ" เมื่อพูดถึงเด็กสาว ดวงตาของฉินเหนียนก็มีความยิ้มแย้ม น้ำเสียงดูผ่อนคลายขึ้นมาก "ผู้ดูแลฐานที่มั่นของเราปกติจะตื่นนอนตอนเที่ยงน่ะครับ"
หม่าอันกั๋ว: "..."
เขาพูดอะไรได้ล่ะ?
ก็ได้แต่รอไปน่ะสิ!
-
ซือเซี่ยตื่นนอนตอนเที่ยงจริงๆ ความปรารถนาเล็กๆ น้อยๆ ในอดีตได้รับการเติมเต็ม แถมวันนี้ยังนอนอิ่มหนำสำราญ อารมณ์ของเธอจึงดีเป็นพิเศษ
ฮัมเพลง "ปาฏิหาริย์หวนคืน" ที่ถูกระบบชาเขียวจัดหมวดหมู่ว่าเป็นเพลงเศร้าเดินออกจากห้องอย่างอารมณ์ดี
[เปิดภารกิจเฉพาะเจาะจง ขอให้คุณซือเซี่ยต้อนรับหม่าอันกั๋วและพวกพ้องจากฐานที่มั่นทางการ หากภารกิจสำเร็จ รางวัลคือฐานที่มั่นขยายพื้นที่เป็นสองเท่า หากภารกิจล้มเหลว จะได้รับบทลงโทษไฟฟ้าช็อตระดับ 3]
ซือเซี่ยเพิ่งก้าวเท้าออกจากประตูถ้ำ เสียงประกาศจากระบบชาเขียวก็ดังขึ้น
ซือเซี่ย: "..."
ตอนนี้จะถอยเท้ากลับทันไหมนะ?
ซือเซี่ยชะโงกหน้ามองซ้ายมองขวา พวกเด็กๆ กำลังเล่นกันอยู่ที่อาคารอิฐแดงสองชั้น ไม่มีใครอยู่แถวนี้
เธอจึงรีบดึงเท้าที่ก้าวออกจากประตูถ้ำกลับมา ทำเป็นทองไม่รู้ร้อนเดินกลับไปที่ห้อง
ตราบใดที่เธอแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน
ภารกิจก็ถือว่าไม่มีอยู่จริง!
ระบบชาเขียว: [???]
ยัยผู้หญิงนิสัยเสียทำอะไรน่ะ?
ไม่อยากทำภารกิจอีกแล้วเหรอ?
พอตั้งสติได้ ระบบชาเขียวก็กรีดร้อง: [คุณซือเซี่ย!!! รีบไปทำภารกิจเดี๋ยวนี้!]
ยัยผู้หญิงนิสัยเสียใจร้ายเกินไปแล้ว!
ซือเซี่ยยังคงแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน นั่งลงบนโซฟาในโถงถ้ำอย่างสบายอารมณ์ มือหยิบแก้วขึ้นมารินของเหลววิวัฒนาการดื่ม
ไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น!
เธอทั้งหูหนวกและตาบอดไปแล้ว!
วินาทีต่อมา กระแสไฟฟ้าที่คุ้นเคยก็โถมเข้าใส่
ซือเซี่ยกระโดดโหยง
อ๊ากกกกกก!
ช็อตเธออีกแล้ว!
แถมยังแรงมากด้วย!
ยัยระบบเน่าเป็นบ้าหรือไง!
-
บ่ายสองโมง
ซือเซี่ยจำใจเดินมาที่ห้องรักษาความปลอดภัยเขตวงนอก
ทันทีที่เธอเข้ามา
ฉินเหนียนก็ลุกขึ้นยืน แนะนำเธอให้หม่าอันกั๋วรู้จัก: "นี่คือผู้ดูแลฐานที่มั่นของเรา คุณซือเซี่ยครับ"
จากนั้นก็หันมาแนะนำกลุ่มของหม่าอันกั๋วให้ซือเซี่ยรู้จัก: "เซี่ยเซี่ย คนกลุ่มนี้มาจากฐานที่มั่นทางการ นี่คือท่านหัวหน้าหม่าอันกั๋วครับ"
ซือเซี่ยได้ยินชื่อหม่าอันกั๋ว ก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมอง
นี่คือเป้าหมายภารกิจของเธอเหรอ?
ใบหน้านี้...
เธอเคยเห็นนี่นา!
พูดให้ชัดคือ หม่าอันกั๋วคนนี้เคยช่วยชีวิตเธอเอาไว้
ซือเซี่ยเคยเจอหม่าอันกั๋วตอนที่เธอเกิดใหม่ครั้งที่ห้า
ตอนนั้นเธอเพิ่งตายมาได้ไม่กี่ครั้ง ความกล้าหาญยังไม่ค่อยมี
ไม่กล้าแม้แต่จะออกจากเมืองดี เลยขดตัวอยู่ในบ้านแถว "ซื่ออันเจียหยวน" ออกไปหาอาหารแค่เป็นครั้งคราว
วันที่เจอหม่าอันกั๋วตรงกับวันที่ฝนตกหนักพอดี
ซือเซี่ยทั้งสี่ครั้งก่อนหน้านี้ไม่เคยมีชีวิตรอดจนถึงช่วงฝนตกหนัก จึงไม่รู้เลยว่าฝนตกหนักจะเร่งให้ซอมบี้กลายพันธุ์
ตอนนั้นเธอหลบอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆ รอให้ฝนหยุดแล้วค่อยกลับ
ทว่าพอฝนหยุดเธอกลับถูกกลุ่มซอมบี้ที่กลายพันธุ์แล้วปิดล้อมไว้ในซูเปอร์มาร์เก็ต
ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้เล็กมาก ผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ที่รอดมาได้ต่างก็เคยมาแวะเวียน ข้าวของเครื่องใช้ภายในจึงไม่หลงเหลือเท่าไหร่แล้ว
เธอประหยัดกินประหยัดใช้จนประทังชีวิตมาได้สามวัน
ตอนที่เกือบจะอดตายอีกครั้ง หม่าอันกั๋วก็พาคนกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้น
ดูเหมือนพวกเขากำลังทำภารกิจแถวนั้น เลยตั้งใจจะเข้ามาเก็บเสบียง
ถึงแม้จะหาอาหารไม่เจอ แต่พวกเขาก็ช่วยจัดการซอมบี้ข้างนอกให้ถือว่าเป็นการช่วยชีวิตซือเซี่ยโดยไม่ได้ตั้งใจ
ตอนเห็นซือเซี่ย หม่าอันกั๋วถึงกับเอ่ยปากชวนเธอไปอยู่ด้วยกัน
แต่ถูกซือเซี่ยปฏิเสธ
แม้จะเป็นการช่วยโดยบังเอิญ และสุดท้ายเธอก็รอดไปได้ไม่กี่วันก็ตายอยู่ดี แต่ซือเซี่ยก็จำเหตุการณ์นั้นได้แม่นยำตลอดการเกิดใหม่หลายครั้ง และอยากจะตอบแทนบุญคุณ
น่าเสียดายที่
เธอไม่เคยได้พบกับหม่าอันกั๋วอีกเลย
ต่อมาเพราะเกิดใหม่บ่อยเกินไป ความทรงจำจึงปั่นป่วน แถมไม่เจอใครต่อใคร ซือเซี่ยจึงค่อยๆ ลืมเรื่องนี้ไป
จนกระทั่งเห็นใบหน้าของหม่าอันกั๋วถึงได้นึกขึ้นได้
เมื่อนึกถึงบุญคุณที่เคยช่วยชีวิตเอาไว้ ซือเซี่ยจึงไม่สนใจเรื่องภารกิจที่ระบบชาเขียวมอบหมายอีก เผยรอยยิ้มอย่างกระตือรือร้น: "สวัสดีค่ะคุณอาหม่า ฉันชื่อซือเซี่ยค่ะ"
ในขณะที่ซือเซี่ยสำรวจหม่าอันกั๋ว ฝ่ายหม่าอันกั๋วและพวกพ้องก็กำลังสำรวจเธออย่างเงียบเชียบเช่นกัน
ดูเป็นเด็กสาวที่หน้าตาสวยงามและดูอ่อนแอมาก
ทว่ากลุ่มของหม่าอันกั๋วไม่ได้ประมาทเธอเพียงเพราะรูปลักษณ์ภายนอก ท่าทีของพวกเขากลับดียิ่งขึ้นไปอีก
โดยเฉพาะหม่าอันกั๋ว เขามีท่าทีกระตือรือร้นอย่างมาก: "สวัสดีครับคุณซือเซี่ย ผมหม่าอันกั๋วที่มาจากฐานที่มั่นทางการครับ"
หลังจากทักทายกันพอเป็นพิธี
ทุกคนก็นั่งลงบนเก้าอี้ในห้องรักษาความปลอดภัย
หม่าอันกั๋วไม่อ้อมค้อมอีกต่อไป เอ่ยจุดประสงค์ตรงๆ โดยนำคำที่พูดกับฉินเหนียนมาพูดซ้ำกับซือเซี่ย: "คุณซือเซี่ย ผมมาในนามฐานที่มั่นทางการ เป้าหมายหลักคือมาขอของเหลววิวัฒนาการครับ"
จะมาขอของเหลววิวัฒนาการนี่เอง
ได้สิ ไม่มีปัญหา
ซือเซี่ยคิดครู่หนึ่งกำลังจะตอบตกลง
ทว่าหม่าอันกั๋วกลับคิดว่าเธอกำลังลังเล จึงพูดต่อว่า: "คุณซือเซี่ย ผมรู้ว่าคุณอาจจะไม่ค่อยเต็มใจ แต่ฐานที่มั่นทางการต้องการของเหลววิวัฒนาการเพื่อเตรียมการจัดการซอมบี้ในเมืองเอชครับ"
?
เธอไม่ได้ไม่เต็มใจสักหน่อย!
เธอยังไม่ทันได้พูดอะไรเลย!
เปิดโอกาสให้เธอพูดหน่อยสิ!
ทว่า...
ฐานที่มั่นทางการต้องการจัดการซอมบี้ในเมืองเอช?
หมายความว่า...
"ฐานที่มั่นทางการตั้งใจจะทวงคืนเมืองเอชเหรอคะ?" ซือเซี่ยถามด้วยความแปลกใจ
นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายครั้งที่เธอได้ยินเรื่องทำนองนี้
ต้องรู้ไว้ก่อนว่าประชากรประจำถิ่นของเมืองเอชมีอยู่ประมาณสิบล้านคน
เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของจำนวนนั้นกลายเป็นซอมบี้ไปหมดแล้ว
ส่วนที่เหลือ ก็ใช่ว่าทุกคนจะยังมีชีวิตอยู่
เพราะขาดแคลนเสื้อผ้าและอาหาร หลายคนจึงหนาวตายหรืออดตายไปไม่น้อย
ปัจจุบันเหลือรอดอยู่เพียงห้าเปอร์เซ็นต์ก็ถือว่าบุญโขแล้ว
แถมส่วนใหญ่ก็น่าจะเป็นคนธรรมดาที่ยังไม่ตื่นรู้พลังพิเศษ
การจะทวงคืนเมืองเอช ความยากลำบากนั้นมหาศาลเหลือเกิน!
หม่าอันกั๋วพอจะเดาความคิดของซือเซี่ยออก หากเป็นเมื่อก่อนถ้าหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาคุย เขาเองก็คงคิดว่าเป็นเรื่องเพ้อฝัน
แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว
เพราะการมีอยู่ของห้าสีมณีฉาย และการมีอยู่ของของเหลววิวัฒนาการ
ฐานที่มั่นทางการไม่ขาดแคลนอาวุธหนัก แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับซอมบี้ระดับสูง อาวุธหนักก็แทบจะไม่ได้ผล
ซอมบี้ระดับสูงยังคงต้องพึ่งพาผู้มีพลังพิเศษจัดการ
ฐานที่มั่นทางการเริ่มวิจัยการพัฒนาพลังของผู้มีพลังพิเศษมาตั้งแต่วันที่เริ่มมีผู้มีพลังพิเศษปรากฏตัว
ทว่าผลลัพธ์กลับไม่เป็นใจ
พวกเขาวิจัยสำเร็จว่าผลึกนิวเคลียสช่วยให้พลังพิเศษเลื่อนระดับได้จริง
แต่ช่วงแรกเนื่องจากผลึกนิวเคลียสแข็งเกินไป ผู้มีพลังพิเศษจึงต้องกลืนทั้งเม็ด ต่อมาคอก็ได้รับบาดเจ็บจนติดเชื้อตายไปหลายคน
ฐานที่มั่นจึงจำต้องยกเลิกวิธีนี้ไป
ต่อมาสถาบันวิจัยของฐานที่มั่นจึงได้ใช้ผลึกนิวเคลียสวิจัยออกมาเป็นสิ่งที่เรียกว่า "ของเหลววิวัฒนาการ"
ทว่าของเหลวที่พวกเขาวิจัยออกมากลับมีสิ่งเจือปนมากเกินไป และผลข้างเคียงก็รุนแรงเกินไป
ผู้มีพลังพิเศษคนแรกที่ดื่มเข้าไป เกิดอาการคลั่งเสียสติกัดกินผู้รอดชีวิตไปเจ็ดแปดคน
แถมพอคนเหล่านั้นถูกกัดก็กลายเป็นซอมบี้ไปด้วย
เหตุการณ์นี้ทำให้เหล่าผู้มีพลังพิเศษในฐานที่มั่นทางการต่างขยาดกับของเหลวที่พวกเขาวิจัยออกมา
ไม่มีใครกล้าลองอีกต่อไป
ระดับผู้จัดการฐานที่มั่นก็ไม่กล้าเสี่ยงอีก
จนกระทั่งได้ยินข่าวเรื่องของเหลววิวัฒนาการของห้าสีมณีฉายในครั้งนี้
ก่อนจะมา ฐานที่มั่นทางการได้นำผลจากผู้รอดชีวิตที่ถูกไล่ออกไปมาทดสอบ
ยืนยันได้ว่าระดับพลังพิเศษของพวกเขานำหน้าผู้มีพลังพิเศษในฐานที่มั่นทางการไปไกลมาก แถมยังไม่มีผลข้างเคียงใดๆ
พอทราบข่าวนี้ ผู้จัดการฐานที่มั่นก็นั่งไม่ติดที่
จึงรีบส่งหม่าอันกั๋วมาขอของเหลววิวัฒนาการ
หม่าอันกั๋วมองซือเซี่ยแล้วพยักหน้าอย่างยืนยัน: "ถูกต้องครับ ผู้จัดการฐานที่มั่นทางการตั้งใจจะทวงคืนเมืองเอช"
ซือเซี่ยเริ่มสนใจขึ้นมาทันที
หากฐานที่มั่นทางการทวงคืนเมืองเอชได้สำเร็จ วันสิ้นโลกก็มีโอกาสจะสิ้นสุดลงเสียที
แถมถ้าทวงคืนเมืองเอชได้แล้ว เธอก็สามารถแอบไปฆ่าซอมบี้ที่จังหวัดใกล้เคียงได้อีก!
ซอมบี้ของจังหวัดใกล้เคียงเธอยังไม่เคยได้ลองมือเลยนะ!
น่าตื่นเต้นจริงๆ!
คิดได้ดังนั้น ซือเซี่ยก็ตอบตกลง: "ได้ค่ะ ฉันตกลง จะเตรียมของเหลววิวัฒนาการให้พวกคุณเอง"
หม่าอันกั๋วดีใจจนออกนอกหน้า กำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง
"แต่ว่า..." ซือเซี่ยพูดขัดขึ้น
คำว่า "แต่ว่า" ทำเอาหัวใจของหม่าอันกั๋วเต้นรัว
แต่ว่าอะไรอีกล่ะ?
สิ่งที่พวกเขาเตรียมมาใช้ไม่ได้เหรอ?
หรือต้องการให้ทำอะไรเพิ่ม?
รีบพูดมาเถอะ!
จะหัวใจวายตายแล้ว!
ซือเซี่ยไม่ปล่อยให้หม่าอันกั๋วรอนาน: "แต่ว่าผลึกนิวเคลียสพวกคุณต้องเตรียมมาเองนะคะ"
หม่าอันกั๋วถอนหายใจอย่างโล่งอก
แค่ผลึกนิวเคลียสเองเหรอ
นิวเคลียสน่ะเรื่องเล็ก!
ฐานที่มั่นทางการของพวกเขาน่ะผลึกนิวเคลียสเยอะจะตายไป!
เป้าหมายสำเร็จ หม่าอันกั๋วก็ลุกขึ้นยืนขอตัวลา: "คุณซือเซี่ย ในเมื่อคุณตกลงแล้ว งั้นพวกเราไม่รบกวนแล้วครับ จะรีบกลับไปรายงานเบื้องบนให้เตรียมผลึกนิวเคลียสครับ"
"ค่ะ คุณอาหม่า" ซือเซี่ยหยิบของเหลววิวัฒนาการขวดขนาด 500 มิลลิลิตรที่บรรจุในขวดน้ำแร่จากมิติส่งให้อวี่จือหมิง "ขวดนี้เอาไว้ดื่มระหว่างทางนะคะ"
หม่าอันกั๋วนึกว่าเป็นน้ำดื่มที่เตรียมไว้ให้ จึงโบกมือปฏิเสธ: "ไม่เป็นไรครับ พวกเราเอามา..."
เขายังปฏิเสธไม่ทันจบ ฉินเหนียนที่ฟังบทสนทนามาตลอดก็เอ่ยขึ้น: "ท่านหัวหน้าหม่าครับ สิ่งที่เซี่ยเซี่ยให้คุณคือของเหลววิวัฒนาการครับ"
"ฮะ?" หม่าอันกั๋วชะงัก
ฐานที่มั่นห้าสีมณีฉายดื่มของเหลววิวัฒนาการกันเป็นน้ำเลยเหรอ?
ฟุ่มเฟือยขนาดนี้เลยเชียว?
จากนั้นเขาก็เขินจนทำหน้าไม่ถูก รีบรับขวดน้ำนั้นมาเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ททหารอย่างทะนุถนอม: "งั้นขอบคุณคุณซือเซี่ยมากครับ"
เสี่ยวเจิ้งและพรรคพวกมองหม่าอันกั๋วด้วยความอิจฉา ก่อนจะจ้องมองซือเซี่ยตาละห้อย
คุณซือเซี่ยครับ พวกเราเองก็คอแห้งระหว่างทางเหมือนกันนะ!
น้ำขวดเดียวน่ะไม่พอหรอก!
ซือเซี่ยเห็นสายตาที่เว้าวอนของเสี่ยวเจิ้งและพวกพ้อง จึงควักออกมาอีกสองขวดส่งให้
มองดูทั้งสองคนรับไปประคองด้วยสองมืออย่างทะนุถนอม เธอก็ยิ้มตาหยีมองดูทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มสดใส
สองคนนี้เคยอยู่ในทีมที่ช่วยชีวิตเธอโดยไม่ได้ตั้งใจตอนที่อยู่กับหม่าอันกั๋วนี่นา
ตอนนั้นยังดูเด็กน้อยอยู่เลย
ตอนนี้โตขึ้นขนาดนี้แล้วเหรอ?
เด็กดีจริงๆ!
ระบบชาเขียวฟังความคิดของซือเซี่ย: [...]
ยัยผู้หญิงนิสัยเสียไปเอามาดคุณป้าขี้สงสารมาจากไหนเนี่ย?
เป็นโรคจิตจริงๆ ด้วย!
-
ซือเซี่ยไม่รู้ว่าระบบชาเขียวคิดว่าเธอเป็นคุณป้าขี้สงสาร เธอนำทางกลุ่มของหม่าอันกั๋วออกไปส่ง
ถึงได้สังเกตเห็นว่าข้างนอกมีรถบรรทุกทหารจอดอยู่สองคัน
ซือเซี่ยสงสัย
คนแค่สามคนต้องใช้รถตั้งสองคันเลยเหรอ?
หรือว่ามีใครที่เธอไม่เห็นกัน?
คงไม่หรอกมั้ง?
ขณะที่กำลังคิด ลมพัดแรงกรรโชกมาวูบหนึ่ง
ผ้าใบที่คลุมท้ายรถบรรทุกคันหลังถูกลมพัดจนเผยออก
เผยให้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงข้างใน
ลังไม้ที่วางเรียงรายเป็นระเบียบปรากฏแก่สายตาของซือเซี่ย
ตัวอักษรบนลังเหล่านั้นเธอเห็นชัดเจนแจ่มแจ้ง
นี่มัน...
ซือเซี่ยเบิกตากว้าง
ให้ตายเถอะ!
มิน่าล่ะถึงได้เอารถมาตั้งสองคัน!
ที่แท้ขนปืนและกระสุนมาเต็มคันรถนี่เอง!
อ๊ากกกกกก!
เธออยากได้!
เธออยากได้จริงๆ นะ!
ฉินเหนียนก็เห็นลังเหล่านั้นเช่นกัน ไม่เพียงเท่านั้น เขายังเห็นแววตาอันร้อนแรงที่ซือเซี่ยจ้องมองลังพวกนั้นอีกด้วย
เด็กสาวอยากได้สินะ...
ฉินเหนียนยิ้ม เดินเข้าไปหาหม่าอันกั๋วที่ยังไม่ได้ขึ้นรถ แล้วถามขึ้นว่า: "ท่านหัวหน้าหม่าครับ ของพวกนี้คุณเอามาทำไมเหรอครับ?"
หม่าอันกั๋วใจหายวูบ
ฉินเหนียนคงไม่คิดว่าพวกเขาเอาของพวกนี้มาเพื่อคิดมิชอบต่อห้าสีมณีฉายหรอกนะ?
สาบานได้เลย!
พวกเขามีเจตนาเช่นนั้นที่ไหนกัน!
เพราะกลัวฉินเหนียนจะเข้าใจผิดแล้วไปพูดอะไรกับซือเซี่ยจนส่งผลต่อข้อตกลงเรื่องของเหลววิวัฒนาการที่เพิ่งตกลงกันได้
หม่าอันกั๋วรีบอธิบาย: "ของพวกนี้ตอนแรกเตรียมมาเพื่อแลกกับของเหลววิวัฒนาการ แต่ในเมื่อพวกคุณต้องการผลึกนิวเคลียส ก็เลยไม่ได้เอาออกมาน่ะครับ"
ประเด็นสำคัญคือหม่าอันกั๋วรู้สึกว่ามันน่าอายเกินไป
ก่อนจะมาถึงที่นี่ พวกเขาได้เห็นระดับพลังของผู้มีพลังพิเศษที่ถูกขับออกจากห้าสีมณีฉายมาแล้ว
พอมาถึงหน้าประตูฐาน ก็เห็นภาพที่เวินหลินถูกกำแพงล่องหนกระแทกจนหัวแตกเลือดอาบเพราะพยายามบุกรุก
พอเข้ามาข้างใน ไม่เพียงแต่ได้ลิ้มรสอาหารอันโอชะ แม้แต่ของเหลววิวัฒนาการที่พวกเขาถวิลหาก็ยังถูกนำมาให้ดื่มราวกับเป็นน้ำเปล่า
อาวุธพวกนี้จะเอาออกมาโชว์ได้ยังไงกัน?
ที่น่าขันก็คือ ก่อนจะมา พวกเขายังเพ้อฝันว่าจะใช้อาวุธเต็มคันรถแลกกับของเหลววิวัฒนาการสองคันรถ
หม่าอันกั๋วรู้สึกอับอายจนไม่ได้เอ่ยปากถึงเรื่องนี้เลยสักคำ
ซือเซี่ยได้ยินคำอธิบายของเขา แววตาก็เป็นประกายวาวโรจน์
ก้าวเข้าไปหาทันที: "ท่านหัวหน้าหม่าคะ ฐานที่มั่นทางการเดิมทีตั้งใจจะใช้ของพวกนี้แลกกับของเหลววิวัฒนาการเหรอคะ?"
หม่าอันกั๋วรู้สึกกระสับกระส่าย: "ใช่... ใช่ครับ"
ซวยแล้ว
ซือเซี่ยคงไม่ได้คิดว่าพวกเขาเพ้อฝันหรอกนะ?
ทว่าวินาทีต่อมา เสียงของเด็กสาวที่ดูตื่นเต้นก็ดังขึ้น: "งั้นฉันขอเตรียมของเหลววิวัฒนาการก่อนนะ สองคันรถพอไหมคะ?"
หม่าอันกั๋ว: "???"
จบตอน
ช่วงนี้ปั่นนิยายจนหัวจะล้าน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น