ตอนที่ 126 สุขจนล้นใจ
"คุณคะ คุณมาช่วยฉันพับนกกระเรียนพันตัวด้วยกันสิ" หลังจากเดินออกมาจากโรงอาหาร โจวเหมิงก็คล้องแขนหลิวหนิงพลางเอ่ยกลั้วยิ้ม: "พวกเราเองก็ควรจะขอบคุณซือเซี่ยให้มากๆ เหมือนกันนะ"
หลิวหนิง: "..."
ขอบคุณอะไร?
ขอบคุณที่เธอแย่งเมียเขาไปเหรอ?
หลิวหนิงแอบบ่นในใจไปสองสามประโยค และแล้วก็เป็นเพราะเขาไม่ได้ตอบรับคำพูดของภรรยาในทันที จึงโดนภรรยาบิดเนื้อที่เอวเข้าให้
"คุณไม่เต็มใจเหรอ?" รอยยิ้มของโจวเหมิงแฝงแววอันตรายปนงอนอย่างไร้เหตุผล: "เรื่องแค่นี้ยังต้องคิดอีกเหรอ? ถ้าคุณกล้าทำเป็นทองไม่รู้ร้อนเป็นพวกเนรคุณไม่รู้จักบุญคุณคนล่ะก็ ฉันจะหยิกคุณให้ตายเลย!"
หลิวหนิงรีบยกมือยอมแพ้ทันที: "โธ่เมียจ๋า ฉันแค่คิดว่าตัวเดียวมันจะไปพออะไร ซือเซี่ยดีกับเธอขนาดนี้ พวกเราไม่พับให้เยอะๆ หน่อยเหรอ?"
โจวเหมิงแค่นเสียงหึ: "พูดแบบนี้ค่อยน่าฟังหน่อย"
จากนั้นเธอก็เริ่มทำตัวเป็นเครื่องอวยซือเซี่ย คอยพูดชมซือเซี่ยไม่หยุดปากต่อหน้าหลิวหนิง
หลิวหนิง: "..."
เธอเป็นเมียฉันนะเฟ้ย!
ทำไมไม่เห็นชมฉันบ้างเลยล่ะ!
แต่ถึงจะแอบบ่นแอบหึงหวงอย่างไร ในใจของหลิวหนิงก็รู้สึกซาบซึ้งต่อพวกซือเซี่ยเป็นอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากผ่านพ้นศึกคลื่นซอมบี้มาได้
หากพวกเขายังคงรั้งอยู่ที่โรงงานพลาสติก พอคลื่นซอมบี้มาถึง พวกเขาไม่มีทางต้านทานได้อย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น ซือเซี่ยยังดีต่อภารยาของเขาจากใจจริง
หลิวหนิงเริ่มหันมาขบคิดอย่างจริงจังว่าควรจะพับนกกระเรียนสักกี่ตัวดีเพื่อนำไปมอบให้ซือเซี่ย
-
ซือเซี่ยวิ่งตื๋อหนีกลับมาที่ห้อง หลังจากอาบน้ำเสร็จเธอก็นอนลงบนเตียง
เอามือกุมหน้าอกอันอบอุ่นพลางนอนหัวเราะเอิ๊กอ๊ากสุขจนล้นใจอยู่คนเดียวไม่หยุด
ความรู้สึกที่ไม่ได้ช่วยพวกคนเนรคุณมันดีอย่างนี้นี่เอง!
เธอชอบคุณครูหวังกับพวกเด็กๆ ตัวกะเปี๊ยกนั่นจังเลย!
ระบบชาเขียวหาดูได้ยากนักที่จะเห็นซือเซี่ยมีความสุขขนาดนี้ มันแอบถ่ายรูปเก็บเอาไว้หลายใบแล้วซ่อนซุกไว้
ยัยผู้หญิงนิสัยเสียเวลาทำท่าทางแบบนี้ดูว่าง่ายน่ารักจริงๆ!
ซือเซี่ยหัวเราะร่าอย่างมีความสุขอยู่พักใหญ่
จากนั้นจึงลุกขึ้นนั่ง ค่อยๆ นำนกกระเรียนทั้งหมดออกมาจากมิติอย่างระมัดระวัง
เธอหาขวดโหลแก้วใบโปรดที่เธอชอบที่สุดใบหนึ่งมา แล้วใส่นกกระเรียนเหล่านั้นลงไปข้างใน
หลังจากใส่จนครบทั้งหมด เธอก็กอดขวดโหลแก้วนอนหัวเราะคิกคักสุขจนล้นใจต่อ
ระบบชาเขียว: [……]
จบเห่แล้ว
ทำไมรู้สึกเหมือนยัยผู้หญิงนิสัยเสียนี่จะเพี้ยนไปแล้วล่ะ?
-
พวกฉินเหนียนพากันรั้งอยู่ต่อเพื่อช่วยล้างถ้วยชามและตะเกียบ
"ดูท่าคงต้องหาเวลาออกไปข้างนอกให้เร็วที่สุดแล้วล่ะ"
ถ้วยชามและจานของคนหลายสิบคนมีจำนวนไม่น้อย หลังจากพวกเขากลุ่มนี้ล้างเสร็จก็แทบจะยืดหลังไม่ขึ้น
ฉินเหนียนทุบหลังที่ปวดเมื่อยพลางตัดสินใจว่า ช่วงสองสามวันนี้ตอนออกไปข้างนอกจะถือโอกาสเก็บกู้พวกเครื่องล้างจานกลับมาด้วยสักสองสามเครื่อง
ในเวลาปกติ ถ้วยชามและตะเกียบของพวกเด็กๆ ล้วนเป็นหน้าที่ของหวังซูซิ่วที่คอยล้างทำความสะอาดให้
หวังซูซิ่วอายุก็มากแล้ว ในตอนกลางวันยังต้องคอยสอนหนังสือให้นักเรียน แถมยังต้องคอยรับผิดชอบเรื่องจิปาถะเหล่านี้อีก
ฉินเหนียนกลัวว่าเธอจะเหนื่อยล้าจนล้มป่วยไปเสียก่อน
ตอนนี้ฐานที่มั่นก็ค่อยๆ เข้าที่เข้าทางแล้ว และพอดีว่ามีเวลาว่าง
ถึงเวลาที่จะต้องยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้รอดชีวิตในเขตวงในขึ้นมาบ้างแล้ว
ฉินเหนียนเป็นคนใจกว้างต่อคนของตัวเองเช่นเดียวกับซือเซี่ย
เห็นได้ชัดว่าการกระทำของหวังซูซิ่วที่พาพวกเด็กๆ มาทำเรื่องเหล่านั้นให้ซือเซี่ยในวันนี้ได้สร้างความพึงพอใจให้แก่ฉินเหนียน ทำให้ฉินเหนียนจัดพวกเขาเข้ากลุ่มคนของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ
-
หลังจากซือเซี่ยมีความสุขเสร็จ เธอก็วางขวดโหลแก้วไว้บนโต๊ะข้างเตียงอย่างระมัดระวัง จากนั้นหยิบสมุดบันทึกรายการเสบียงที่ต้องออกไปเก็บกู้ในวันนี้ออกมาจากมิติ
เธอเริ่มเขียนบันทึกสิ่งของที่พวกเด็กๆ ตัวกะเปี๊ยกจำเป็นต้องใช้ในปัจจุบัน
อย่างแรกเลยก็คือเสื้อผ้า
ก่อนหน้านี้แม้ซือเซี่ยจะบอกว่าดีต่อพวกเด็กๆ ให้พวกเขาได้เรียนหนังสือต่อและได้กินอิ่มท้องทุกวัน
แต่พูดตามตรงเธอก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเป็นพิเศษนัก
ยกตัวอย่างเช่นเสื้อผ้ากางเกงที่พวกเด็กๆ สวมใส่ นอกจากชุดนักเรียนของโรงเรียนแล้ว ก็คือเสื้อผ้าบางส่วนที่ซือเซี่ยให้ไปซึ่งขนาดไม่พอดีตัว
ยังดีที่มีหวังซูซิ่วคอยช่วยแก้ทรงให้ พวกเขาจึงพอจะสวมใส่ประทังไปก่อนได้
รวมถึงเรื่องอาหารการกิน แม้จะยกต้นผลไม้ทั้งหมดให้พวกเด็กๆ ไปแล้ว แต่บอกตามตรงก่อนหน้านี้ซือเซี่ยก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจเท่าไหร่นัก
ซือเซี่ยเคยแบ่งอาหารให้หวังซูซิ่วไปก่อนหน้านี้ เพื่อให้พวกเขาแยกกันไปทำกินเอง
แต่พวกเด็กๆ กำลังอยู่ในวัยเจริญเติบโต ร่างกายจึงยังขาดสารอาหารอยู่บ้าง
ซือเซี่ยครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วหันไปหาผีเสื้อที่อยู่ในมิติ
นับตั้งแต่ทุ่งหญ้าอัปเกรดและมีสัตว์ชนิดใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมามากมาย ซือเซี่ยก็ไม่ค่อยได้เอาอะไรให้ผีจักกินแล้ว
ปล่อยให้มันหากินกับพวกสัตว์ตัวเล็กๆ ที่มีจำนวนมากเอาเอง
ในเวลานี้ผีเสื้อกำลังนั่งอยู่บนผืนหญ้า ในมือโอบกอดกระต่ายตัวหนึ่งพลางแทะกินอย่างเอร็ดอร่อย
ตอนที่ซือเซี่ยเรียกมัน มันรีบทำท่าทางร้อนัวเนียพยายามจะเอากระต่ายที่แทะไปได้ครึ่งตัวไปซ่อนไว้ข้างหลังก้นด้วยความร้อนตัว
ซ่อนไปได้ครึ่งหนึ่งถึงนึกขึ้นได้ว่า มันได้รับอนุญาตแล้วนี่นา
"ฮึดฮัด? ฮึดฮัด!" มีอะไรเหรอเจ้านาย! นี่คุณเป็นคนบอกให้ฉันกินเองนะ!
ซือเซี่ยกลอกตา: "เจ้าหมูขี้แย ฉันมีธุระจะให้แกช่วยหน่อย"
"ฮึดฮัด?" เรื่องอะไรเหรอเจ้านาย!
"แกช่วยไปถามเจ้าพวกพี่น้องวัวของแกหน่อยสิ ว่ามีตัวไหนรีดนมได้บ้างไหม?"
อาจเป็นเพราะผีเสื้อเป็นสัตว์กลายพันธุ์ตัวแรกที่ซือเซี่ยได้พบเจอ ความหมายของมันเธอจึงสามารถคาดเดาได้ถูกต้องถึงแปดเก้าส่วนเสมอ
แต่กับวัวสิบตัวนั้นไม่ได้เลย
หลักๆ เป็นเพราะเวลาเธอพูดกับวัวตัวหนึ่ง วัวตัวอื่นๆ ก็จะพากันร้องตามไปด้วย
ทุกครั้งส่งเสียงหนวกหูจนทำให้เธออยากจะเชือดพวกมันทิ้งให้สิ้นซาก
แต่วัวกลายพันธุ์เหล่านี้เป็นวัวที่เธอเลี้ยงดูมาด้วยของเหลววิวัฒนาการ ซือเซี่ยจึงทำใจเชือดไม่ลง
แม้แต่ความตั้งใจแรกเริ่มที่จะกินเนื้อวัวกลายพันธุ์ก็เป็นอันต้องพับเก็บไป
สุดท้ายทำได้เพียงให้ผีเสื้อทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงแทน
เมื่อผีเสื้อได้รับคำสั่ง มันก็วางกระต่ายที่แทะไปได้ครึ่งตัวในมือลงบนพื้นดินอย่างอาลัยอาวรณ์ จากนั้นก็เดินเตาะแตะไปหาพวกพี่น้องวัวกลายพันธุ์ของมัน
หลังจากส่งเสียงฮึดฮัดมอๆ กันอยู่พักใหญ่ ผีเสื้อก็หาเจอจนได้จริงๆ
ในกลุ่มวัวกลายพันธุ์มีวัวตัวหนึ่งกำลังตั้งท้องอยู่ รอให้ลูกวัวคลอดออกมาก็จะมีนมให้รีดแล้ว
"ได้ แกบอกให้มันบำรุงครรภ์ให้ดีๆ ล่ะ"
ซือเซี่ยลองคำนวณดู ในมิติยังมีแกะที่กำลังตั้งท้องอยู่อีกตัวหนึ่ง อีกไม่นานก็คงจะคลอดแล้ว
เธอสามารถออกไปเก็บกู้นมผงกลับมาบางส่วนก่อน เพื่อเอามาให้พวกเด็กๆ ดื่มประทังไปพลางๆ จากนั้นพอแม่แกะคลอดลูกก็จะมีนมแกะให้ดื่มแล้ว
ถึงตอนนั้นก็สามารถให้พวกเด็กๆ ดื่มนมแกะต่อได้อย่างไร้รอยต่อ และยังสามารถให้ระบบชาเขียวช่วยวิจัยดูว่าทำอย่างไรถึงจะยืดระยะเวลาการผลิตน้ำนมของแม่แกะออกไปได้อีก
เพื่อประคองไปจนถึงช่วงที่แม่วัวคลอดลูก
หลังจากคำนวณเสร็จ ซือเซี่ยก็บันทึกรายการเสบียงที่ต้องออกไปเก็บกู้อีกครั้ง
จากนั้นก็วิ่งแจ้นไปที่ห้องนั่งเล่นขนาดเล็กเพื่อเปิดทีวีดูการ์ตูน
-
คืนนี้ซือเซี่ยใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมาก
แต่ชีวิตความเป็นอยู่ของเวินหลินกลับไม่ได้ราบรื่นเท่าไหร่นัก
ในฐานะที่เคยเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบของฐานที่มั่นขนาดเล็ก เสบียงส่วนใหญ่ในฐานล้วนอยู่ในมือของเธอ ดังนั้นต่อให้ย้ายมาอยู่ที่ฐานที่มั่นห้าสีมณีฉายแล้วก็ตาม
พวกผู้รอดชีวิตเหล่านั้นก็ยังคงให้ความเคารพยำเกรงต่อเวินหลินอยู่ดี
ทว่าในปัจจุบัน ทันทีที่ร้านค้าเบ็ดเตล็ดของฐานที่มั่นห้าสีมณีฉายเปิดกิจการ หลังจากผู้รอดชีวิตพากันไปซื้อเสบียงมาแล้ว ท่าทางที่พวกเขามีต่อเวินหลินก็เริ่มเปลี่ยนเป็นเย็นชาลง
ภายในห้องพักอันคับแคบ เวินหลินนอนซุกตัวอยู่บนเตียง ยามนี้เธอรู้สึกนึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง
เธอควรจะริบนิวเคลียสซอมบี้ของพวกผู้รอดชีวิตเหล่านั้นมาให้หมดตั้งแต่แรก!
เนื่องจากฐานที่มั่นเดิมของเวินหลินมีขนาดเล็กเกินไป จึงยังไม่ได้วิจัยพบประโยชน์ของนิวเคลียสซอมบี้
ทว่าสิ่งของที่อยู่ในสมองของพวกซอมบี้นั้นหน้าตบค่อนข้างสวยงาม ลองคิดดูสักนิดก็รู้ว่าต้องมีประโยชน์แน่
ผู้ดูแลรับผิดชอบคนก่อนหน้ามีความเฉียบคมในด้านนี้มาก เขาใช้เสบียงแลกเปลี่ยนนิวเคลียสซอมบี้มาจากมือของผู้มีพลังพิเศษมาได้เป็นจำนวนมาก
หลังจากผู้ดูแลรับผิดชอบคนนั้นเสียชีวิต เวินหลินก็ก้าวขึ้นมาแทนตำแหน่ง
เวินหลินเป็นคนสายตาสั้น หลังจากขึ้นตำแหน่งแล้วเห็นนิวเคลียสซอมบี้ที่กินไม่ได้จำนวนมากเหล่านั้น เธอก็คิดเพียงว่าแฟนหนุ่มคนนั้นของเธอเป็นพวกใจดีเรื่อยเปื่อยไร้สาระ
ก็แค่ใช้ข้ออ้างเรื่องการรับซื้อนิวเคลียสซอมบี้เพื่อแจกจ่ายเสบียงให้แก่พวกผู้รอดชีวิตในฐานเท่านั้น ดังนั้นหลังจากนั้นเวลาที่มีคนมาขออาหารจากเธอ
เธอมักจะใช้เสบียงครึ่งหนึ่งและใช้นิวเคลียสซอมบี้ครึ่งหนึ่งในการปัดสอยพวกเขาไป
ในตอนนั้นเวินหลินยังนึกชื่นชมว่าตัวเองฉลาดหลักแหลมอยู่เลย
แต่ตอนนี้...
เธออยากจะย้อนเวลากลับไปตบหน้าตัวเองในอดีตฉาดใหญ่จริงๆ!
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น