ตอนที่ 123 ตั้งใจจะแช่งให้เธอตายเร็วๆ สินะ
ฉงอี้ซิงติดตามซือเซี่ยและโจวอวี่เดินเตร็ดเตร่ไปรอบหนึ่ง แล้วพาพวกเธอไปยังห้องที่ต้องจัดเตรียมไว้สำหรับประกาศภารกิจ
ซือเซี่ยเอามือไพล่หลังเดินตามฉงอี้ซิงเข้าไปด้านใน
แถมยังชี้ไม้ชี้มือสั่งการไปทั่ว
ท่าทางของหัวหน้าฐานที่มั่นนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยบารมี
"พี่อี้ซิง ตอนนี้พี่กลายเป็นมือสามของฐานแล้วนะ" ซือเซี่ยรู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่ง เธอตบไหล่ฉงอี้ซิงเบาๆ แล้วแสร้งทำเป็นแก่แดดแก่ลม: "พยายามเข้านะ ทำงานให้ดีล่ะ!"
ฉงอี้ซิงรู้อยู่แล้วว่าซือเซี่ยคือเจ้าของฐานที่มั่น ทว่าเห็นท่าทางของเธอแล้ว ก็ยังอดรู้สึกขำแกมขื่นไม่ได้
แต่เขาก็ให้เกียรติเธอเป็นอย่างยิ่ง: "รับทราบครับ หัวหน้าซือ"
คำว่าหัวหน้าซือ ทำให้ซือเซี่ยพึงพอใจยิ่งขึ้นไปอีก
เธอบรรจงคล้องแขนโจวอวี่เดินออกไปอย่างเบิกบานใจ เตรียมตัวไปช่วยฉงอี้ซิงขนของ
-
ช่วงเที่ยงเป็นเวลาที่ฉินเหนียนและซือเซี่ยร่วมกันต้อนรับผู้รอดชีวิตเข้าสู่ฐาน
ต่างจากเวินหลิน ผู้รอดชีวิตหน้าใหม่ส่วนใหญ่ต่างเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจต่อคนทั้งสอง
โดยเฉพาะหลังจากที่ได้เห็นสภาพแวดล้อมที่พักอาศัย
ดังนั้นหลังจากซือเซี่ยมาถึง ผู้รอดชีวิตที่ห้อมล้อมอยู่ภายนอกก็ไม่ได้สลายตัวไป ต่างคอยจับจ้องดูความเคลื่อนไหวของเธออยู่ตลอด
เมื่อเห็นซือเซี่ยและโจวอวี่สองคนเดินออกมา ผู้รอดชีวิตมากมายต่างพากันโบกมือทักทายซือเซี่ยด้วยความซาบซึ้งใจ
ซือเซี่ยคลี่รอยยิ้มอย่างอ่อนโยน ตอบรับพวกเขาด้วยท่าทางที่เปี่ยมไปด้วยมิตรไมตรี
คนพวกนี้หลังจากนี้ล้วนเป็นประชาชนของท่านซือเซี่ยผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสิ้น!
เธอต้องเป็นกันเองเข้าไว้!
หลังจากทักทายเสร็จ ซือเซี่ยไม่ได้หยุดอยู่นาน เธอจูงมือโจวอวี่เตรียมจะกลับเข้าสู่เขตวงกลาง
ตอนที่กำลังจะเดินถึงประตูทางเข้าเขตวงกลาง จู่ๆ ผู้หญิงคนหนึ่งก็พุ่งเข้ามา
ขวางทางของคนทั้งสองเอาไว้
-
หลังจากฐานที่มั่นอัปเกรดใหม่ เขตวงนอกและเขตวงกลางจะถูกกั้นด้วยกำแพงสูงสองเมตรกว่า
ตรงกลางมีประตูบานใหญ่หนึ่งบาน
ประตูบานนั้นเปิดทิ้งไว้ตลอด
หลังจากเวินหลินอาบน้ำเสร็จ เธอก็ลองทดสอบดูแล้ว
ต่อให้ประตูจะเปิดอยู่ เธอก็ไม่มีทางเข้าไปได้ ราวกับมีกำแพงโปร่งใสขวางกั้นตัวเธอเอาไว้
เมื่อเข้าไปไม่ได้ เธอก็ไม่มีทางได้เข้าใกล้ฉินเหนียน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการใช้พลังพิเศษเพื่อสะกดจิตเสน่ห์หาอะไรนั่นเลย
ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจว่าจะหลอกล่อเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าก่อน
นับตั้งแต่ซือเซี่ยออกมา เวินหลินก็คอยจ้องมองเธออยู่ตลอด คอยสังเกตพฤติกรรมและความเป็นไปของเธอ
ยามเมื่อเห็นซือเซี่ยคอยดูแลเอาใจใส่หญิงสาวที่เดินมาด้วยกัน
เวินหลินก็ยืนยันความคิดเดิมของเธอในใจได้ทันที
เด็กสาวคนนี้สมกับเป็นคนหัวอ่อนและหลอกง่ายจริงๆ
ดังนั้นในจังหวะที่เด็กสาวกำลังจะเข้าสู่เขตวงกลาง เธอจึงรีบพุ่งเข้ามาขวางทางเอาไว้
เวินหลินแอบหยิกตัวเองหนึ่งที ในดวงตาเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้าอย่างเป็นธรรมชาติ ดวงตาแดงก่ำ จ้องมองซือเซี่ยโดยไม่พูดอะไร
กะว่าจะรอให้เด็กสาวถามก่อนแล้วค่อยเปิดปากขายความรันทด
ทว่าสิ่งที่เห็นกลับกลายเป็นว่าเด็กสาวลากตัวผู้หญิงอีกคนอ้อมผ่านตัวเธอไป
เวินหลิน: ???
ทำไมถึงไม่ทำตามบทล่ะ?
คนปกติเห็นสภาพแบบนี้ไม่ควรจะถามสักคำหรอกเหรอ?
-
ซือเซี่ยรู้สึกงงงวยอย่างที่สุด
คนคนนี้มาขวางทางเธอทำไม?
ประสาทหรือเปล่า?
ทางก็กว้างออกตั้งเยอะ ทำไมต้องมาขวางทางเธอด้วย!
ซือเซี่ยลากโจวอวี่อ้อมผู้หญิงที่ขวางทางพวกเธอไว้ แล้วเดินมุ่งหน้าไปยังเขตวงกลางต่อ
เดินไปได้แค่สองก้าว ผู้หญิงคนนั้นก็กลับมาขวางทางไว้อีก
ซือเซี่ย: !!!
น่ารำคาญชะมัด!
ทางก็กว้างขนาดนี้ ทำไมต้องมาขวางทางพวกเธอด้วยล่ะ!
ประสาทหรือเปล่าเนี่ย!
ซือเซี่ยปรายตามองเวินหลินแวบหนึ่ง ด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่ง: "เธอขวางทางพวกเราอยู่นะ!"
โจวอวี่มองเห็นพฤติกรรมของผู้หญิงตรงหน้าชัดเจน พอเห็นปฏิกิริยาของซือเซี่ย ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกขบขัน
เสี่ยวเซี่ยช่างน่ารักจริงๆ
ทว่าเวินหลินที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกลับรู้สึกคลุ้มคลั่งอยู่ในใจ
ที่เธอทำไปเมื่อกี้ยังไม่ชัดเจนพออีกเหรอ?
ถามสิ!
ทำไมถึงไม่ถามล่ะ?
ทำไมไม่ถามว่าทำไมถึงต้องมาขวางทาง?
ทำไมถึงไม่ทำตามบทละครล่ะ!
ซือเซี่ยเห็นเวินหลินยังคงไม่หลีกทางแถมยังไม่พูดอะไร ก็ยิ่งรู้สึกโกรธขึ้นไปอีก
อยากจะฟาดขาของผู้หญิงที่ขวางทางคนนี้ให้หักไปเสียจริง
ทว่าในปัจจุบันเธอกลายเป็นหัวหน้าแล้ว ต้องใจกว้างเข้าไว้!
ดังนั้นจึงอ้อมผ่านเวินหลินไปอีกครั้ง
เวินหลิน: "..."
เวินหลินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วพุ่งตัวมาขวางทางอีกครั้ง
คราวนี้พอรู้แล้วว่าเด็กสาวตรงหน้าเป็นพวกที่ชอบทำอะไรไม่เป็นไปตามบท เธอก็เลยเป็นฝ่ายเปิดปากก่อน: "สวัสดีค่ะ"
ซือเซี่ยปรายตามองเธออย่างสงสัย: "ตกลงเธอมีธุระอะไรกันแน่?"
ขวางทางเธอมาสามรอบแล้วนะ!
ท่อนเหล็กของเธอเริ่มจะไม่พอใจแล้วนะ!
เวินหลินหยิกตัวเองอีกครั้ง ดวงตาที่แห้งเหือดไปเล็กน้อยพลันชุ่มชื้นขึ้นมาอีกครั้งในทันที
เธอสั่นสะท้านยื่นมือออกไป กะจะสัมผัสใบหน้าของซือเซี่ย ทว่ากลับถูกอีกฝ่ายหลบไปได้
เวินหลินไม่ได้รู้สึกเขินอายแต่ประการใด เธอชักมือกลับทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วถามซือเซี่ยว่า: "ขออนุญาตเรียกเธอว่าน้องสาวได้ไหมคะ?"
ซือเซี่ยเริ่มรู้สึกรำคาญแล้ว
ตกลงมาขวางทางทำไมกันแน่?
เธอต้องไปช่วยฉงอี้ซิงขนของนะ!
ซือเซี่ยกัดฟันถามย้ำอีกรอบ: "ตกลงเธอมีธุระอะไรกันแน่?"
เวินหลินตอบไม่ตรงคำถาม: "ฉันมีน้องสาวคนหนึ่งที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ เธอเสียชีวิตไปตั้งแต่วันที่วันสิ้นโลกมาถึงแล้ว"
พูดถึงตรงนี้ เธอเหมือนจะพูดต่อไม่ได้
ซือเซี่ยจ้องมองเธอ แล้วตอบรับด้วยความเย็นชา: "อ้อ"
จากนั้นก็จะลากคนอ้อมทางไปอีก
สีหน้าของเวินหลินแข็งค้าง
อ๊ากกกก!
เธอจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว!
คนปกติเวลานี้ไม่ใช่ควรจะปลอบใจเธอสักหน่อยหรอกเหรอ?
เธอเตรียมคำพูดต่อจากนั้นไว้หมดแล้วนะ!
เวินหลินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ อีกรอบ ข่มความหงุดหงิดในใจไว้ แล้วเปิดปากพูดต่อ: "พอฉันเห็นหน้าเธอ ฉันก็นึกถึงน้องสาวของฉันขึ้นมา เลยอยากจะขอเรียกเธอว่าน้องสาวได้ไหมคะ?"
ในที่สุดก็พูดออกมาได้เสียที ทำเอาเธออึดอัดแทบตาย
ซือเซี่ย: ???
เข้าใจละ
ผู้หญิงตรงหน้าตั้งใจจะแช่งให้เธอตายเร็วๆ สินะ!
ชั่วร้ายจริงๆ!
ซือเซี่ยหยุดฝีเท้าที่จะอ้อมทาง หันไปจ้องมองเวินหลิน แล้วปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมา: "ไม่ได้!"
มาเรียกน้องสาวอะไรกัน?
เธอเป็นถึงหัวหน้านะ!
เวินหลินคาดไม่ถึงว่าพอพูดออกมาแล้ว ซือเซี่ยจะปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมาขนาดนี้ ถึงกับชะงักค้างอยู่กับที่
ซือเซี่ยลากโจวอวี่อ้อมผ่านตัวเธอไป
คราวนี้เดินเข้าเขตวงกลางได้อย่างราบรื่น
ทันทีที่เข้าสู่เขตวงกลาง โจวอวี่ที่ไม่เคยพูดอะไรเลยก็หลุดหัวเราะออกมา
เธอชูนิ้วโป้งให้ซือเซี่ย: "เสี่ยวเซี่ยช่างสุดยอดไปเลย!"
ตอนที่โจวอวี่ทำงานก่อนวันสิ้นโลก หัวหน้าของเธอเป็นคนดีแบบที่เรียกว่าเป็นคนดีศรีสังคมเลยทีเดียว
โจวอวี่เคยเห็นคนแบบเวินหลินมาเยอะที่นั่น
มักจะชอบใช้ความรันทดมาเรียกร้องความเห็นใจเพื่อสร้างความสัมพันธ์และกอบโกยผลประโยชน์
ส่วนหัวหน้าของเธอทุกครั้งก็จะหลงกล
ต่อมาตอนที่โจวอวี่ลาออก หัวหน้าของเธอก็ต้องถูกไล่ออกเพราะความเสียหายทางผลประโยชน์จากการหลงกลคนพวกนั้น
ตอนที่เพิ่งเจอเวินหลิน โจวอวี่ก็กลัวว่าซือเซี่ยจะหลงกลเหมือนกัน
เพราะตั้งแต่ตอนที่เธอเจอซือเซี่ย ซือเซี่ยก็ดีกับเธอมาก
โจวอวี่มองว่าซือเซี่ยเป็นเด็กสาวที่ใจอ่อนมากๆ คนหนึ่ง
ทว่าสิ่งที่ซือเซี่ยแสดงออกมา...
มันเกินคาดเดาไปมาก
ซือเซี่ยถูกโจวอวี่ชมจนงงๆ มองดูเธออย่างสงสัย
แต่ว่า...
แน่นอนว่าเธอต้องสุดยอดอยู่แล้ว!
ตอนนี้เธอเป็นถึงหัวหน้าเชียวนะ!
ทั้งสองคนพูดคุยหัวเราะกันพลางเดินกลับไป
-
ประตูระหว่างเขตวงนอกและเขตวงกลางนั้นกั้นแค่คนแต่ไม่ได้กั้นเสียง โจวอวี่และซือเซี่ยพูดคุยกันโดยไม่ได้ลดเสียงลงเลย
เวินหลินที่อยู่ด้านหลังได้ยินเข้าเต็มสองหู
เธอหมุนตัวกลับ มองดูแผ่นหลังของคนทั้งสองที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆ
กำหมัดแน่น
แสดงว่า...
เด็กสาวคนนั้นเมื่อกี้ทำไปโดยตั้งใจงั้นเหรอ?
คือกลัวว่าเธอจะไปพัวพัน แล้วไปแย่งแฟนหนุ่มฉินเหนียนของเธอไปงั้นสินะ?
หมัดในมือของเวินหลินยิ่งกำแน่นขึ้น แล้วค่อยๆ คลายออกช้าๆ
ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็
เธอจ้องมองร่างของซือเซี่ยทั้งสองที่เดินไปไกลจนเริ่มมองไม่เห็นชัด
มุมปากเผยรอยยิ้มที่มีเลศนัย
ในเมื่อเป็นแบบนั้น
เธอก็จะไม่เกรงใจแล้วนะ
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น