-->

วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ตอนที่ 121 เขาเต็มใจพยายามอย่างหนักเพื่อให้เธอได้เป็นหัวหน้า



ตอนที่ 121 เขาเต็มใจพยายามอย่างหนักเพื่อให้เธอได้เป็นหัวหน้า


ซือเซี่ยกระทืบเท้าฉินเหนียนไปหนึ่งที

จากนั้นจึงดึงปกคอเสื้อเขาลงมา แล้วกระซิบข้างหูเขาว่า "พี่ชาย"

แววตาของฉินเหนียนมืดลงเล็กน้อย เขารอคอยปฏิกิริยาต่อจากนั้นของท่านประธานซืออย่างใจจดใจจ่อ

ทว่าคาดไม่ถึงเลยว่า

สิ่งที่ได้รับกลับมาคือคำถามจากปากเด็กสาว: "นายกล้าดียังไงมาพูดกับหัวหน้าฐานแบบนี้หืม?"

ฉินเหนียน: "..."

ระบบชาเขียว: [...]

หากระบบชาเขียวสามารถสื่อสารกับฉินเหนียนได้

มันจะต้องทำแบบที่ยัยตัวแสบทำอยู่ในตอนนี้ คือการกระชากคอเสื้อเขาแล้วกระซิบข้างหูถามว่า

ตกลงว่านายไปหลงรักอะไรในตัวยัยตัวแสบนี่กันแน่!

ซือเซี่ยอยู่กับฉินเหนียนสักพัก ก็ไล่เขาไปจัดการงานต่อ

หลังจากที่ฐานที่มั่นเผชิญกับคลื่นซอมบี้ ฉินเหนียนก็มัวแต่ไปตามหาเธอ ประกอบกับตอนนี้ฐานที่มั่นมีสภาพเปลี่ยนแปลงไปมาก

ทำให้มีงานกองเป็นภูเขาเลากา

ซือเซี่ยผู้เป็นหัวหน้าขี้เกียจจะจัดการ ยิ่งกว่าการบริหารฐานที่มั่น เธอชอบการนอนเฉยๆ มากกว่า

จึงโยนงานทั้งหมดให้รองหัวหน้าฉินจัดการไป



หลังจากออกมาจากห้องพัก ฉินเหนียนก็เปิดประชุมเล็กๆ กับพวกฉงอี้ซิง

หลิวหนิงเพราะเหตุผลเรื่องโจวอวี่ภรรยาของเขา จึงพักอาศัยอยู่ในถ้ำส่วนตัวด้วยเช่นกัน

หลังจากเฝ้าสังเกตการณ์มาหลายวัน ฉินเหนียนรู้สึกว่าเขาใช้ได้ จึงเรียกตัวเขามาร่วมประชุมด้วย

เนื้อหาการประชุมส่วนใหญ่เน้นไปที่การบริหารจัดการฐานที่มั่น

ก่อนหน้านี้ตอนที่มีผู้รอดชีวิตน้อยก็ได้เปิดประชุมที่เกี่ยวข้องไปแล้ว แต่เพราะวิกฤตการณ์คลื่นซอมบี้ จึงยังไม่ได้ลงมือปฏิบัติจริงจัง

ตอนนี้คลื่นซอมบี้จบลงแล้ว ฐานที่มั่นก็เพิ่มสิทธิ์การใช้งานมากมาย แถมยังมีผู้รอดชีวิตหน้าใหม่เข้ามาอีกเพียบ

กฎระเบียบของฐานที่มั่นก็ควรจะทำให้สมบูรณ์แบบได้แล้ว

ประการแรกคือ กฎของฐาน

ห้ามฆ่าคน ห้ามขโมยของ ห้ามทะเลาะวิวาท สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องมี

ฉินเหนียนจัดตั้งทีมลาดตระเวนขึ้นมาเป็นพิเศษ โดยให้หลิวหนิงนำลูกน้องของเขาทำหน้าที่ลาดตระเวน

ประการต่อมาคือ ระบบคะแนนความดีความชอบ 

ผู้รอดชีวิตในฐานที่มั่นจำเป็นต้องใช้คะแนนความดีความชอบเพื่อแลกซื้ออาหารและของเหลววิวัฒนาการ

ที่มาของคะแนนความดีความชอบหลักๆ มาจากการรับภารกิจจากฐานหรือฐานรับหน้าที่แทนผู้รอดชีวิตในการประกาศภารกิจ หรือแลกเปลี่ยนด้วยนิวเคลียสซอมบี้

มันเชื่อมโยงกันเป็นทอดๆ

ด้านภารกิจของฐานที่มั่นก็จำเป็นต้องทำให้สมบูรณ์เช่นกัน

หลังจากผู้รอดชีวิตนำนิวเคลียสซอมบี้มาแลกคะแนนความดีความชอบแล้ว ก็สามารถนำคะแนนไปประกาศภารกิจในจุดที่เกี่ยวข้องได้

สามารถประกาศภารกิจรวมถึงการตามหาคน หรือการฆ่าซอมบี้เป็นต้น

แต่ห้ามว่าจ้างมือสังหารเด็ดขาด

การพัฒนาของสถานที่แห่งหนึ่งย่อมแยกไม่ออกจากผู้คน

นิสัยของฉินเหนียนเป็นประเภทที่ว่า หากจะทำก็ต้องทำให้ดีที่สุด

ประกอบกับผู้เป็นเจ้าของฐานที่มั่นคือซือเซี่ย ซึ่งเด็กสาวแสดงท่าทีว่าสนใจในตำแหน่งหัวหน้ามาก

ถ้าอย่างนั้นเขาก็เต็มใจที่จะพยายามอย่างหนักเพื่อให้หัวหน้าคนนี้ได้เป็นหัวหน้าอย่างสุขสบายและอิสระ

ฉินเหนียนประกาศภารกิจที่เกี่ยวข้องกับผู้รอดชีวิตภายนอกในทันที

ผู้รอดชีวิตในฐานสามารถออกไปตามหาผู้รอดชีวิตใหม่ๆ กลับมาเข้าฐานได้ โดยการนำผู้รอดชีวิตกลับมาได้หนึ่งคนจะได้รับรางวัลคะแนนความดีความชอบหนึ่งพันคะแนน

งานในส่วนของภารกิจมอบหมายให้ฉงอี้ซิงเป็นผู้รับผิดชอบ

จากนั้นก็เป็นปัญหาเรื่องอำนาจการซื้อของคะแนนความดีความชอบ

โดยกำหนดไว้ว่า 1 คะแนนความดีความชอบมีอำนาจซื้อเท่ากับ 1 หยวนของยุคก่อนวันสิ้นโลก

นิวเคลียสซอมบี้หนึ่งเม็ดเท่ากับหนึ่งร้อยคะแนนความดีความชอบ

หลังจากกำหนดสิ่งเหล่านี้เสร็จสิ้น สุดท้ายก็คือกฎการเข้าจากเขตวงนอกไปยังเขตวงกลาง

ผู้รอดชีวิตหน้าใหม่จะถูกจัดสรรให้อยู่เขตวงนอกเหมือนกันหมด

หากต้องการเข้าเขตวงกลางจำเป็นต้องผ่านการทดสอบ

ยกตัวอย่างเช่น คนในเขตวงนอกหากไม่ทำผิดกฎของฐานภายในหนึ่งเดือนหลังจากเข้าร่วมฐาน ก็จะได้รับสิทธิ์เข้าเขตวงกลางได้วันละสามครั้ง

หากไม่ทำผิดกฎภายในสามเดือน ก็สามารถเข้าสู่เขตวงในได้โดยตรง

ส่วนเขตวงใน

นอกจากเด็กๆ ที่จำเป็นต้องเรียนหนังสือ ฉินเหนียนจะไม่ยอมให้คนอื่นเข้าเขตวงในอีกแล้ว

ที่พักของฐานก็จะไม่ฟรีอีกต่อไป จำเป็นต้องเช่าอยู่

ค่าใช้จ่ายต่อเดือนกำหนดไว้ที่ 100 คะแนนความดีความชอบ หรือก็คือนิวเคลียสซอมบี้หนึ่งเม็ด

แถมในห้องพักตอนนี้ยังมีแค่เตียงว่างๆ เพียงเตียงเดียว ยกเว้นผู้รอดชีวิตที่เข้าร่วมก่อนหน้านี้

ผู้รอดชีวิตหน้าใหม่จึงจำเป็นต้องซื้อข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันที่เกี่ยวข้อง

ฉินเหนียนมอบหมายเรื่องนี้ให้ฉงอี้ซิงรับผิดชอบเช่นกัน

ให้เขาหาห้องว่างในเขตวงกลางและเขตวงนอกไว้สำหรับประกาศภารกิจและขายของใช้ในชีวิตประจำวัน

หลังจากประชุมเสร็จ ฉินเหนียนก็จัดสรรงานให้กับสองอัน (เว่ยเหยียนอันและสื่อผิงอัน) และลั่วอั๋ง

ลั่วอั๋งยังคงรับผิดชอบงานด้านโลจิสติกส์

รวมถึงการบริหารโรงอาหารของฐาน และการจัดการคลังเสบียง ทั้งหมดมอบให้ลั่วอั๋งดูแล

เขตวงนอกไม่มีโรงอาหาร ผู้รอดชีวิตในช่วงเดือนแรกย่อมไม่สามารถซื้ออาหารได้

จำเป็นต้องมีคนที่สามารถเข้าเขตวงกลางไปเก็บคะแนนความดีความชอบเพื่อจัดหาอาหารมาให้

ฉินเหนียนจึงมอบหมายงานนี้ให้กับเว่ยเหยียนอันที่มีนิสัยค่อนข้างอ่อนโยน

สื่อผิงอันรับผิดชอบพื้นที่เพาะปลูกที่อัปเกรดเป็นเรือนกระจกแก้วในปัจจุบัน

หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ฉินเหนียนก็เตรียมจะแจ้งปิดการประชุม

เว่ยเหยียนอันกลับยกมือขึ้นในจังหวะนี้ พลางทำสีหน้าแบบอธิบายไม่ถูก: "พี่ฉิน พี่หมายความว่าจะให้ผมไปเป็นคนส่งอาหาร (外卖) งั้นเหรอครับ?"

!

ทำไมเขาถึงกลายเป็นคนส่งอาหารไปได้ล่ะ?

เขาไม่ต้องการนะ!

เขาอยากออกไปฆ่าซอมบี้!

สื่อผิงอันที่แต่เดิมยังรู้สึกไม่พอใจที่ตัวเองต้องมาทำหน้าที่เพาะปลูกไม่ได้ออกไปฆ่าซอมบี้ พลันรู้สึกเบิกบานใจเมื่อได้ยินคำพูดของเว่ยเหยียนอัน

เขาตบไหล่เว่ยเหยียนอันพลางหัวเราะเยาะด้วยความสะใจ: "พ่อค้าส่งอาหารเว่ย ตั้งใจทำงานเข้าล่ะ!"

เว่ยเหยียนอันถลึงตาใส่เขา กัดฟันกรอด: "สื่อคนทำนา นายก็ด้วย!"

ทั้งสองคนเริ่มส่งเสียงเอะอะโวยวายกันอีกครั้ง

คนอื่นๆ ที่เหลือสบตากันแล้วส่ายหัวอย่างจนใจ



ตึกอาคารอิฐแดงในเขตวงนอก

ที่นี่ดูราวกับหอพักโรงเรียนในสมัยก่อน ห้องไม่ใหญ่ แถมยังไม่มีห้องน้ำส่วนตัว

ทว่าถึงจะเป็นเช่นนั้น

สำหรับกลุ่มผู้รอดชีวิตของเวินหลินแล้ว ที่นี่แทบไม่ต่างไปจากสวรรค์เลย

ในยุควันสิ้นโลก แหล่งน้ำถูกปนเปื้อน ทรัพยากรน้ำขาดแคลนเป็นอย่างยิ่ง

อย่าว่าแต่การอาบน้ำเลย

แม้แต่น้ำที่จะดื่มกินก็ยังไม่เพียงพอ

หลังจากฉินเหนียนจากไป สิ่งแรกที่พวกเขาทำคือพุ่งตัวเข้าไปในห้องอาบน้ำสาธารณะ แล้วเปิดก๊อกน้ำดื่มกินจนชื่นใจ

ในฐานะอดีตผู้ดูแลฐานที่มั่นขนาดเล็ก แม้เวินหลินจะไม่เคยขาดแคลนน้ำดื่ม

แต่การได้อาบน้ำนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

ในอดีตฐานที่มั่นที่เธอเคยอยู่ใกล้กับทะเลสาบเทียมแห่งหนึ่ง ก่อนที่พายุฝนจะตกกระหน่ำ ฐานที่มั่นจะต่อน้ำจากที่นั่นมาใช้ในชีวิตประจำวัน

เวินหลินยังพอได้อาบน้ำบ้าง

ทว่าหลังจากเกิดพายุฝน ทะเลสาบเทียมถูกปนเปื้อน เธอก็ไม่เคยได้อาบน้ำอีกเลย

พอรู้ว่าที่นี่สามารถอาบน้ำได้ เธอจึงอดทนรอคอยให้กลุ่มคนที่กำลังแย่งกันดื่มน้ำจนอิ่มหนำสำราญ

รออยู่สิบกว่านาที ผู้รอดชีวิตเหล่านั้นก็เริ่มสงบลง แล้วพากันกลับห้องไปเก็บกวาดข้าวของ

เวินหลินทนไม่ไหวอีกต่อไป เดินดิ่งไปทางห้องอาบน้ำ



สายน้ำอุ่นๆ ไหลผ่านผิวพรรณ แม้จะไม่มีอุปกรณ์ทำความสะอาดใดๆ เวินหลินก็ยังอดไม่ได้ที่จะพึมพำออกมาด้วยความสบายตัว

คราบสกปรกบนร่างกายถูกชะล้างออกไปทีละน้อย ไม่รู้เป็นเพราะอะไร

เวินหลินจู่ๆ ก็หวนนึกถึงเด็กสาวบอบบางที่อยู่ข้างกายฉินเหนียน

ผิวพรรณของเด็กสาวขาวเนียนละเอียด เส้นผมเงางามดำขลับ เสื้อผ้าบนตัวก็สะอาดสะอ้านราวกับของใหม่

เห็นได้ชัดว่าในยุควันสิ้นโลกแบบนี้เธอไม่เคยขาดแคลนน้ำใช้เลย

ต้องเป็นเพราะเลือกคนถูกคนจริงๆ สินะ

เวินหลินคิด

หากเธอได้พบกับฉินเหนียนตั้งแต่แรก เธอเองก็ต้องสามารถเป็นได้เหมือนเด็กสาวคนนั้นเช่นกัน

ทว่าไม่เป็นไร

อีกไม่นานแล้ว

อีกไม่นานฉินเหนียนก็จะกลายเป็นของเธอ

เวินหลินปิดก๊อกน้ำ ไม่มีชุดเปลี่ยน เธอทำได้เพียงต้องสวมใส่เสื้อผ้าชุดเดิมที่สกปรกกลับเข้าไป

หลังจากชำระล้างร่างกายจนสะอาด กลิ่นเหม็นจากเสื้อผ้าชุดเดิมก็ยิ่งชัดเจนขึ้น

เวินหลินขมวดคิ้ว

ดูเหมือนว่าก่อนที่จะเข้าหาฉินเหนียน เธอต้องหาเสื้อผ้าชุดใหม่มาใส่เสียก่อน

จะลองเข้าไปตีสนิทกับเด็กสาวคนนั้นดูดีไหมนะ?

ดูท่าทางเด็กสาวคนนั้นก็น่าจะหลอกง่ายดี

(จบตอน)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บันทึกแล้ว
⚠️ บันทึกไว้แล้ว!

📚 ชั้นหนังสือของฉัน

🔔 0
รายชื่อตอน
× LIST OF CHAPTERS กำลังโหลด...
กำลังดึงรายการ...
🎁

ส่งของขวัญให้ผู้แปล 💖

ขอบคุณที่สนับสนุนผู้แปลค่ะ 💕

×