-->

วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ตอนที่ 111 โฮสต์มีอาการป่วยทางจิตขั้นรุนแรงจนหมดหนทางเยียวยาแล้วต้องทำอย่างไรดี?



ตอนที่ 111 โฮสต์มีอาการป่วยทางจิตขั้นรุนแรงจนหมดหนทางเยียวยาแล้วต้องทำอย่างไรดี?


ฉินเหนียนฝีเท้าชะงัก สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาในทันที

"นายพูดว่าอะไรนะ"

เจียงอวี่รู้สึกหวาดกลัวฉินเหนียนในยามนี้เป็นอย่างมาก ทว่ายังคงรวบรวมความกล้าพูดซ้ำด้วยท่าทางตัวสั่นเทาว่า "ซือเซี่ย เธอ เธอหายตัวไปค่ะ"



เมื่อวานฐานที่มั่นเผชิญกับวิกฤตการณ์คลื่นซอมบี้

พวกเว่ยเจิ้งหนานหลายคนเนื่องจากขาหัก อีกทั้งยังมีความบาดหมางกับฉินเหนียน จึงได้แต่เก็บตัวอยู่ภายในห้อง ไม่ค่อยได้ออกไปไหน

เจียงอวี่เองก็เช่นกัน

ทว่าต่อมาเธอรู้สึกอยากรู้อยากเห็นเป็นอย่างมาก จึงแอบออกไปดูหลายครั้ง แถมยังถือโอกาสไปเข้าห้องน้ำด้วย

ตอนที่เดินไปถึงบริเวณรั้วไม้ระแนง เจียงอวี่บังเอิญพบซือเซี่ยที่สวมชุดสีดำสนิทเดินออกมาจากถ้ำส่วนตัว

ในปัจจุบันเธอหวาดกลัวซือเซี่ยเป็นอย่างมาก คิดเอาเองว่าซือเซี่ยคงจะออกไปสนุกนอกฐาน จึงหาที่หลบซ่อนตัวโดยสัญชาตญาณ คิดจะรอให้ซือเซี่ยเดินผ่านไปก่อนแล้วค่อยไปเข้าห้องน้ำ

ผลปรากฏว่าซือเซี่ยกลับเดินมุ่งหน้าไปทางฝั่งขวา

ด้วยความรู้สึกดลใจแปลกๆ เจียงอวี่จึงแอบติดตามไป

ผลคือพบว่าซือเซี่ยพาดบันไดปีนกำแพงออกไปด้านนอก

เดิมทีเจียงอวี่คิดจะไปหาคนฟ้อง ทว่าพอความคิดเปลี่ยนไปพลันนึกถึงท่าทีของฉินเหนียนในตอนที่ไปฟ้องก่อนหน้านี้ ก็เกิดความคิดใหม่ขึ้นมา

เธอสามารถแอบไปฟังอยู่ข้างกำแพง พอได้ยินความเคลื่อนไหวที่แน่ชัดแล้วค่อยไปฟ้อง

แบบนี้ซือเซี่ยจะได้ไม่กล้าแก้ตัวอีก!

ดังนั้นเจียงอวี่จึงแอบย่องเข้าไปใกล้กำแพง พอเข้าไปใกล้ก็เห็นประโยคที่ซือเซี่ยพูดว่า "ในที่สุดก็หาตัวเจอแล้วนะ เจ้าหนูตัวน้อย"

เธอคิดว่าเป็นประโยคที่พูดกับเธอ ทำเอาตกใจแทบตาย ผลสุดท้ายกลับได้ยินเสียงของหนักร่วงหล่นลงพื้นและเสียงครางอู้อี้ของชายคนหนึ่ง

เจียงอวี่ถึงได้รู้ว่าไม่ใช่พูดกับเธอ

ต่อมาเธอรออยู่นานมาก แล้วก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนจากไป

ครั้งนี้เธอแน่ใจแล้ว

แถมยังจินตนาการเรื่องราวใหญ่โตขึ้นมาฉากหนึ่ง

ซือเซี่ยคงจะฆ่าคน แล้วแบกศพไปฝังเรียบร้อยแล้ว

เจียงอวี่รู้สึกตื่นเต้นมาก รู้สึกว่าตัวเองสามารถกระชากหน้ากากที่แท้จริงของซือเซี่ยออกมาได้แล้ว

เธอไม่ได้แม้แต่จะเข้าห้องน้ำ กลับห้องพักไปตั้งใจจะนอนหลับสักตื่น แล้วรอให้ฉินเหนียนจัดการธุระเสร็จค่อยไปฟ้อง

เจียงอวี่ถูกความปวดปัสสาวะปลุกให้ตื่นขึ้นมา

หลังจากเข้าห้องน้ำเสร็จ เธอหันไปมองถ้ำส่วนตัว

แล้วก็ตัดสินใจใหม่

เธอจะใช้หลักฐานชิ้นเล็กๆ เมื่อคืนบีบให้ซือเซี่ยต้องขอโทษและรับผิดชอบ พร้อมกับรับปากว่าจะไม่ลงไม้ลงมือกับเธออีก

ดังนั้นเจียงอวี่จึงไปที่ห้องพักของซือเซี่ย

ทว่าเคาะประตูอยู่นาน ตะโกนเรียกหลายครั้ง ข้างในกลับไร้ความเคลื่อนไหว

เจียงอวี่ตื่นตระหนก

หรือว่าซือเซี่ยจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น?

ต่อให้เธอจะเกลียดหรือแค้นซือเซี่ยแค่ไหน ก็ไม่เคยคิดอยากให้ซือเซี่ยตายจริงๆ

ดังนั้นพอแน่ใจว่าข้างในไร้ความเคลื่อนไหว เจียงอวี่จึงรีบวิ่งไปขวางทางฉินเหนียนและคนอื่นๆ เอาไว้



ซือเซี่ยที่กำลังหัวสั่นหัวคลอนอยู่บนรถตู้จนกระดูกแทบจะหลุดออกจากกัน ไม่รู้เลยว่าเจียงอวี่คนที่เธอเคยข่มขู่ไว้นั้น ได้บอกฉินเหนียนไปแล้วว่าเธอไม่อยู่ที่ฐาน

รถตู้มินิบัสสั่นสะเทือนอยู่ตลอดทั้งคืน ในที่สุดก็ถึงที่หมาย

ระหว่างทาง ซือป๋อหยวนอาจจะกลัวว่าซือเซี่ยจะตื่นขึ้นมา จึงลงมือสับที่คอของซือเซี่ยเพิ่มอีกทีกลางทาง

ซือเซี่ยพยายามอดทนแล้วอดทนอีก

ในใจแทบจะด่าทอต้นตระกูลฝ่ายซือทั้งแปดชั่วโคตรจนอยากให้พวกมันปีนขึ้นมาจากหลุม แล้วถึงจะสะกดกลั้นอารมณ์อยากกระโดดขึ้นไปแทงซือป๋อหยวนสักหนึ่งมีดไว้ได้

กว่าจะทนจนรถหยุดและถึงที่หมาย

ผลปรากฏว่าซือป๋อหยวนจะแบกเธออีก

กลิ่นเหม็นเน่าจากเลือดเนื้อที่คุ้นเคยโชยมา ซือเซี่ยทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอลุกพรวดขึ้นมาทันที

แม่มเอ๊ย!

ไอ้เจ้าหนูตัวน้อยนิสัยเสีย ทำไมไม่ถอดเสื้อกันฝนเน่าๆ นั่นออกสักที!

กะจะเอาไปผลิตลูกกับเสื้อกันฝนหรือยังไง?

ฆ่าได้หยามไม่ได้!

วันนี้เธอต้องจัดการไอ้เจ้าหนูตัวน้อยที่อยู่ตรงหน้าให้ตายให้ได้!

ระบบชาเขียวช่วยเหลือด้วยการใช้พลังงานกางเขตป้องกันรอบๆ เอาไว้ จากนั้นก็ดูละครอย่างเบิกบานใจ: [คุณซือเซี่ย ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องกรอบตัวละครนะจ๊ะ]

ความหมายนัยๆ ก็คือ

ลุยเลยยัยตัวแสบ!

จัดการมันให้ตาย!



ซือเซี่ยทำตามความปรารถนาจัดการกำจัดเจ้าหนูตัวน้อยซือป๋อหยวนทิ้งจนสมใจ

หลังจากถอดเสื้อกันฝนเหม็นๆ ของเขาออก แล้วโยนศพเข้าไปในมิติส่วนตัว ให้เขาไปเป็นเพื่อนกับซือเข่อซินผู้โดดเดี่ยว

จากนั้นเธอก็ปีนลงมาจากรถตู้มินิบัส

เริ่มสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบ

ที่นี่เป็นสถานที่ที่คล้ายคลึงกับสถาบันวิจัยการแพทย์เมืองเอช

บ้านสีขาว กำแพงสูงใหญ่ และประตูเหล็กบานใหญ่ที่ปิดสนิท

ทำเลที่ตั้งเงียบเหงากกว่าสถาบันวิจัยที่เมืองเอชนั่นเสียอีก

คาดว่าคนที่นี่คงไม่กังวลว่าจะมีคนพบเห็นหรือมีใครบุกมา จึงไม่มีใครเฝ้าอยู่ภายนอก

สถานที่แบบนี้มักจะมีไฟฟ้า ซือเซี่ยจึงให้ระบบชาเขียวช่วยตรวจสอบว่ามีกล้องวงจรปิดรอบๆ หรือมีไม่

[มีค่ะ คุณซือเซี่ย] ระบบชาเขียวทำงานอย่างรวดเร็ว [ตรงหน้าประตูเหล็กบานใหญ่มีกล้องวงจรปิดสองจุดค่ะ]

ซือเซี่ยชะงักไปเล็กน้อย หันไปมองรถตู้มินิบัสที่อยู่ด้านหลังโดยสัญชาตญาณ

ยังดีนะ

รถตู้มินิบัสไม่ได้จอดอยู่ในระยะกล้อง น่าจะจอดอยู่ทางฝั่งซ้ายนิดหน่อย

ทว่า ตอนที่เธอจัดการกำจัดเจ้าหนูตัวน้อยทิ้งเมื่อครู่ เจ้าหนูตัวน้อยก็ด่าทอเธอตั้งนาน

แถมส่งเสียงดังมากด้วย

ข้างในจะเตรียมกับดักรอเธออยู่หรือเปล่านะ?

นั่นมันน่า...

ซือเซี่ยยังคิดไม่ทันจบ ระบบชาเขียวก็เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงประหนึ่งว่าต้องการคำชม: [ไม่ต้องห่วงนะจ๊ะคุณซือเซี่ย ตอนที่คุณลงมือฆ่าคน ฉันจัดการคัดกรองให้แล้ว พวกเขาไม่มีทางพบ... เอ๊ะ? คุณซือเซี่ยเป็นอะไรไปจ๊ะ?]

มันตั้งใจช่วยเหลือขนาดนี้ แต่ทำไมยัยตัวแสบถึงดูไม่มีความสุขเลยล่ะ?

ซือเซี่ยไม่พอใจจริงๆ

เพราะเธอไม่ได้ลงมือต่อสู้หรือใช้ฝีมือมานานมากแล้ว

ผลสุดท้ายกลับถูกยัยระบบเน่าทำลายความสนุกไปหมด!

ระบบชาเขียวสงสัย: [ถ้าอย่างนั้นตอนนี้เธอออกไปเดินเตร็ดเตร่หน้ากล้องวงจรปิดสักรอบไม่ดีกว่าหรือไงจ๊ะ?]

ยัยตัวแสบอยากจะถูกค้นพบไม่ใช่เหรอ ก็แค่ทำตัวให้มีพิรุธจนอีกฝ่ายพบก็จบเรื่องไม่ใช่หรือไง!

มาด่ามันทำไม!

มันช่างน่าสงสารเหลือเกิน!

"มันไม่เหมือนกัน!" ซือเซี่ยทำหน้ามุ่ย "ระหว่างตั้งใจให้รู้กับถูกจับได้มันต่างกันมากนะ! ฉันชอบให้พวกเขาเตรียมตัวจัดการฉันในตอนที่ฉันยังไม่รู้ แล้วพอถึงเวลาฉันค่อยโชว์ฝีมือจัดการกลับไปต่างหาก!"

แบบนี้ถึงจะตื่นเต้น!

ถ้าต้องรู้จุดประสงค์อีกฝ่ายก่อนแล้วค่อยลงมือ นั่นก็ไม่สมกับเป็นท่านซือเซี่ยผู้ยิ่งใหญ่สิ!

ระบบชาเขียว: [……]

ระบบชาเขียว: ฉันมองดูเธอแล้วเหมือนพวกไร้สมองกับคนขี้โมโหไม่มีผิด!

มันรู้อยู่แล้ว มันรู้อยู่แล้ว!

มันรู้อยู่แล้วว่ายัยตัวแสบเป็นโรคจิต!

วางแผนการอย่างสุขุมรอบอบมันเท่จะตายไป!

สมองของยัยตัวแสบมันโตมายังไงกันเนี่ย?

วันๆ เอาแต่คิดอะไรอยู่?

โรคจิต!

#ด่วน! โฮสต์มีอาการป่วยทางจิตขั้นรุนแรงจนหมดหนทางเยียวยาแล้วต้องทำอย่างไรดี?!#



สุดท้ายซือเซี่ยก็ไม่ได้ทำตามคำแนะนำของระบบชาเขียวที่จะเปิดเผยตัวตนออกไป

แต่ใช้วิธีอ้อมไปด้านหลัง

มาถึงด้านหลังของอาคารสีขาว

สั่งให้ระบบชาเขียวทำหน้าที่แทนตำแหน่งเดิมของฉงอี้ซิง คอยดูว่าข้างหลังมีคนหรือไม่

เรื่องนี้ระบบชาเขียวไม่เข้าใจจริงๆ

ยัยตัวแสบไม่ใช่บอกว่าไม่ชอบเรื่องที่ต้องรู้ล่วงหน้าหรอกเหรอ?

ทำไมยังต้องให้มันไปสืบดูให้ล่ะ?

ซือเซี่ยอธิบายด้วยเหตุผลเดิมอีกรอบ

ในเมื่อเธอชอบตอนที่พวกเขาเตรียมการเล่นงานเธอโดยที่เธอยังไม่รู้ แล้วเธอค่อยโชว์ฝีมือจัดการกลับไป อีกฝ่ายก็ต้องชอบเหมือนกันสิ

ถ้าไม่ชอบก็แสดงว่าอีกฝ่ายไร้ฝีมือ

ระบบชาเขียวถูกคำอธิบายบิดเบือนของซือเซี่ยโน้มน้าวใจได้สำเร็จ และเต็มใจรับหน้าที่เป็นหน่วยสอดแนม

[คุณซือเซี่ย ข้างในมีหกคน ผู้ใหญ่ห้าคน เด็กหนึ่งคน ทั้งหมดอยู่ที่ชั้นใต้ดินค่ะ] หลังจากถูกโน้มน้าวใจ ระบบชาเขียวก็ทำหน้าที่อย่างแข็งขัน สำรวจเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว: [นอกจากหกคนนั้นแล้ว ยังมีซอมบี้อีกกองหนึ่งค่ะ]

[อ้อ จริงด้วย] ระบบชาเขียวนึกขึ้นได้แล้วเสริมว่า: [มีชายคนหนึ่งหน้าตาคล้ายฉินเหนียนมาก คุณต้องรักษาบุคลิกตัวละครไว้หน่อยไหมคะ?]

ซือเซี่ยที่เพิ่งพาดบันไดเสร็จสิ้น: "..."

?

ยัยระบบเน่าพูดอะไรนะ?

รักษาบุคลิกตัวละคร?

บ้าไปแล้วเหรอ!

(จบตอน)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บันทึกแล้ว
⚠️ บันทึกไว้แล้ว!

📚 ชั้นหนังสือของฉัน

🔔 0
รายชื่อตอน
× LIST OF CHAPTERS กำลังโหลด...
กำลังดึงรายการ...
🎁

ส่งของขวัญให้ผู้แปล 💖

ขอบคุณที่สนับสนุนผู้แปลค่ะ 💕

×