ตอนที่ 81 เผชิญกับการถูกโจมตี
ฝั่งตรงข้ามฟังแล้วก็ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ
หลิวเสี่ยวซวี่เอ่ยว่า "ตกลง ฉันยอมรับเงื่อนไขที่จะใช้เฮลิคอปเตอร์มาแลกเปลี่ยน แต่ตอนนี้มักจะมีฝนกรดตกลงมาแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง"
"ระหว่างทางที่แลกเปลี่ยนย่อมต้องมีอันตราย หากกำลังขับเฮลิคอปเตอร์อยู่แล้วฝนกรดดันตกลงมากะทันหัน มันจะไม่คุ้มเสียเอานะ?"
ฮัวเหยียนจิ่นกล่าว "เพราะอย่างนั้นเราถึงคิดจะเปิดอุโมงค์ใต้ดิน พอมันเสร็จแล้ว การขนส่งสินค้าทุกอย่างก็จะใช้เส้นทางใต้ดินแทน"
หลิวเสี่ยวซวี่เริ่มมีท่าทีร้อนรน "จะมาสร้างทางใต้ดินเอาตอนนี้มันจะไม่สายไปหน่อยเหรอ? ฉันกลัวว่าจะส่งของไม่ทันน่ะสิ!"
"คนในฐานทัพฉันไม่ได้กินข้าวมาหลายวันแล้ว ถ้าขืนเป็นแบบนี้ต่อไป พวกเขาต้องอดตายกันหมดแน่!"
หลี่หลิงหยุนจึงเสริมว่า "งั้นวิธีการขนส่งที่เร็วที่สุดในตอนนี้ก็คือเฮลิคอปเตอร์ แต่การจะบินไปยังที่ตั้งของพวกคุณซึ่งห่างออกไป 400 กิโลเมตร อย่างเร็วที่สุดก็ต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง! ไปกลับก็อย่างน้อยสามชั่วโมง"
"ดูจากสภาพท้องฟ้าตอนนี้ก็ไม่ค่อยดีนัก หากภายในหนึ่งชั่วโมงครึ่งนี้เกิดฝนกรดตกลงมาอีก ผลที่ตามมามันเกินจะคาดเดา มีโอกาสสูงที่เครื่องจะพังและคนจะตาย!"
เมื่อได้ยินคำอธิบายของฮัวเหยียนจิ่น หลิวเสี่ยวซวี่ก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามย้ำว่า:
"แล้วถ้าจะสร้างอุโมงค์ใต้ดินต้องใช้เวลานานแค่ไหน?"
ฮัวเหยียนจิ่นตอบ "ตั้งแต่ฝนกรดระลอกแรกมา ฉันก็เริ่มเตรียมการแล้ว ตอนนี้กำลังเร่งก่อสร้างอยู่ แต่อย่างเร็วที่สุดก็ต้องใช้เวลาประมาณครึ่งเดือนถึงจะเจาะไปถึงที่นั่นได้"
หลิวเสี่ยวซวี่ฟังแล้วก็รู้สึกสิ้นหวังอีกครั้ง แต่ในตอนนี้มีเพียงการขนส่งทางอากาศเท่านั้นที่รวดเร็วที่สุด
สุดท้ายหลังจากไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็บอกกับฮัวเหยียนจิ่นว่า "ขอเวลาให้ฉันไปปรึกษากับคนในฐานทัพหน่อยได้ไหม? ดูว่าพวกเขาเต็มใจจะเลือกแผนไหนมากกว่ากัน"
ฮัวเหยียนจิ่นตอบ "ได้ แต่ฉันให้เวลาแกมากที่สุดแค่ชั่วโมงเดียว ถ้าเกินจากนั้นถือว่ายกเลิก"
หลิวเสี่ยวซวี่รับคำ "ตกลงครับ"
จากนั้น หลิวเสี่ยวซวี่ก็เปิดการโหวตภายในฐานทัพของตนทันที:
"พี่น้องทุกคน ตอนนี้เราหาอาหารได้แล้ว แต่ถ้าจะขนส่งด้วยเฮลิคอปเตอร์ตอนนี้ เราเสี่ยงที่จะเจอฝนกรด ซึ่งมันอันตรายมาก"
"แต่ถ้าจะใช้ทางอุโมงค์ใต้ดิน อย่างเร็วที่สุดต้องรออีกครึ่งเดือน พวกนายจะทนไหวไหม?"
เมื่อได้ยินเสียงของหลิวเสี่ยวซวี่ หลายคนต่างก็ตกอยู่ในความลังเล
ชายคนหนึ่งกุมท้องพลางเอ่ยว่า "ฉันทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ถ้าต้องรออีกครึ่งเดือน ฉันยอมฆ่าตัวตายตอนนี้เลยดีกว่า"
"ฉันก็เหมือนกัน ครึ่งเดือนมันนานเกินไป ถ้าใช้เฮลิคอปเตอร์ อย่างเร็วที่สุดแค่สองชั่วโมงเราก็ได้อาหารแล้ว!"
"ถึงมันจะมีความเสี่ยงสูง แต่ความเสี่ยงสูงก็มาพร้อมกับผลตอบแทนที่สูง เพื่อความอยู่รอด เพื่อให้มีอะไรตกถึงท้อง เรามาเสี่ยงดวงกันเถอะ!"
ทุกคนฟังแล้วเห็นว่ามีเหตุผล จึงพากันพยักหน้าเห็นพ้อง ต่างเลือกที่จะใช้เฮลิคอปเตอร์เพื่อให้นำอาหารมาส่งโดยเร็วที่สุด!
ส่วนเรื่องฝนกรดนั้น พวกเขาไม่อยากจะคิดถึงมันแล้ว
หากต้องรอต่อไปอีกครึ่งเดือนจริงๆ คาดว่าคนส่วนใหญ่คงเลือกที่จะจบชีวิตตัวเองไปก่อน
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ สู้เลือกขนส่งทางอากาศไปเลยดีกว่า หากดวงซวยเจอฝนกรด อย่างมากที่สุดทุกอย่างก็แค่กลับไปจุดเริ่มต้นเท่านั้น!
เมื่อทุกคนคิดตกแล้วจึงแจ้งความต้องการให้หลิวเสี่ยวซวี่ทราบ
หลิวเสี่ยวซวี่เองก็นึกไม่ถึงว่าจะมีคนยอมเสี่ยงอันตรายครั้งใหญ่ขนาดนี้มากมายนัก
เขาจึงประกาศกับทุกคนว่า "เอาละ ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นพวกนายเลือกตัวแทนหลักมาไม่กี่คน นำเฮลิคอปเตอร์ห้าลำบินไปยังฐานทัพดินไม้เพื่อแลกเปลี่ยนทรัพยากร"
เนื่องจากต้องมอบเฮลิคอปเตอร์สี่ลำให้ฐานทัพดินไม้เพื่อแลกกับอาหารในครั้งนี้
รวมทั้งหมดจึงเป็นห้าลำ
หลายคนเริ่มอาสาด้วยความกระตือรือร้น:
"ฉันไปเอง!"
"ฉันไปด้วย!"
"พวกเราไปกันหมดนี่แหละ!"
ผ่านไปเพียงนาทีเดียวก็ได้คนมาประมาณ 20 คน แต่ความจริงไม่จำเป็นต้องใช้คนเยอะขนาดนั้น
เพราะตอนขากลับจะมีเฮลิคอปเตอร์เหลือเพียงลำเดียว ซึ่งที่นั่งไม่พอ!
แถมพื้นที่ที่เหลือยังต้องใช้สำหรับบรรทุกสินค้าและอาหารอีกด้วย
จึงยิ่งไม่สามารถนำคนไปเยอะได้
หลิวเสี่ยวซวี่จึงคัดเลือกคนที่มีความสามารถที่สุดหกคน ไม่ว่าจะเป็นทักษะการปรับตัวหรือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ล้วนเป็นระดับหัวกะทิ!
ในที่สุด ทั้งหกคนก็แบกรับความหวังของทุกคน ทะยานขึ้นสู่เฮลิคอปเตอร์!
หลิวเสี่ยวซวี่ส่งข้อความไปหาฮัวเหยียนจิ่นว่าการเจรจาบรรลุผลแล้ว เฮลิคอปเตอร์ห้าลำกำลังมุ่งหน้าไป
โชคดีที่ตลอดเส้นทางไม่มีเหตุร้ายและไม่มีฝนกรดตกลงมา การบินจึงเป็นไปอย่างราบรื่น
เมื่อเห็นข้อความที่ส่งมา ฮัวเหยียนจิ่นก็ยกยิ้มที่มุมปาก
จู่ๆ เย่หยุนซีที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็เปรยขึ้นมาว่า "ความจริงเราสามารถวิจัยและผลิตเฮลิคอปเตอร์เองได้นะ ที่นี่เราก็มีนักวิทยาศาสตร์อยู่ ขอแค่มีพิมพ์เขียวและวัสดุ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร"
ฮัวเหยียนจิ่นตอบ "อืม แต่ตอนนี้ต้องทุ่มเทสมาธิไปที่การวิจัยเรื่องผู้มีพลังพิเศษก่อน"
เย่หยุนซีถามต่อ "นายตั้งใจจะมอบอาหารสำเร็จรูปประเภทไหนให้พวกเขาล่ะ?"
ตอนนั้นเอง ชายฉกรรจ์สิบกว่าคนก็เข็นรถเข็นขนาดใหญ่เข้ามา บนรถเต็มไปด้วยเนื้อสังเคราะห์ และอาหารที่ทำจากวัสดุที่ไม่รู้ที่มาแน่ชัดแต่สามารถกินได้
ได้ยินว่ารสชาตินั้นไม่เลวเลยทีเดียว
เย่หยุนซีถามย้ำ "ของที่นายวิจัยออกมาพวกนี้ กินได้จริงๆ เหรอ?"
ฮัวเหยียนจิ่นตอบ "พวกนี้คือทรัพยากรสำรองที่ฉันซ่อนไว้ แต่ถ้าไม่ถึงขั้นคอขาดบาดตาย ฉันจะไม่เอาออกมาใช้หรอก"
"ก็นะ ของพรรค์นี้ถ้ากินเข้าไปเยอะๆ มันก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่"
แค่ฟังจากคำพูดของฮัวเหยียนจิ่นก็รู้แล้วว่า ข้างในนี้ต้องเต็มไปด้วย 'เทคโนโลยีและเคมีภัณฑ์' แบบจัดเต็มแน่นอน!
จากการสแกนผ่านระบบ
เย่หยุนซีมองเห็นสารอันตรายที่ปนเปื้อนอยู่ หากกินอาหารเหล่านี้ในระยะสั้นก็อาจจะยังไม่มีผลกระทบมากนัก แต่หากกินต่อเนื่องเป็นเวลานาน โครงสร้างร่างกายจะถูกทำลาย!
สถานเบาคือสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหว สถานหนักคือถึงแก่ความตาย
เย่หยุนซีเตือน "นายควรจะเตือนพวกเขาไว้ก่อนนะเรื่องอาหารพวกนี้ ในเมื่อนี่คือการแลกเปลี่ยน"
ฮัวเหยียนจิ่นตอบ "แน่นอนอยู่แล้ว ถ้าพวกเขากินแค่วันละ 1-2 มื้อ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมาก"
ไม่นานนัก เฮลิคอปเตอร์ห้าลำก็มาถึง!
พวกมันร่อนลงจอดอย่างนิ่งสนิทที่ฐานทัพดินไม้
เย่หยุนซียิ้มขณะทำการแลกเปลี่ยนกับพวกเขา "ลำบากทุกคนแล้วนะ แต่ดูจากสภาพอากาศตอนนี้พวกเราคงประมาทไม่ได้ ฉันคงไม่รั้งพวกคุณไว้กินข้าวหรอกนะ"
"รีบขนของขึ้นเครื่องเถอะ"
ทุกคนเมื่อเห็นอาหารที่วางเรียงรายอยู่บนรถเข็นสิบกว่าคันก็ตาเป็นประกาย
พวกเขาไม่ได้เห็นอาหารจำนวนมหาศาลขนาดนี้มานานมากแล้ว หากนำกลับไปได้ อาหารพวกนี้จะพอเลี้ยงคนในฐานทัพได้นานถึง 1-2 เดือนเลยทีเดียว!
ฮัวเหยียนจิ่นเอ่ยเตือนด้วยความ 'หวังดี' ว่า "อาหารมีจำกัด และเพื่อให้วิจัยอาหารพวกนี้ออกมาได้ เราจำเป็นต้องใส่ส่วนประกอบบางอย่างที่เลี่ยงไม่ได้เข้าไป"
"ดังนั้นห้ามกินเยอะในแต่ละวัน อย่างมากที่สุดคือ 1-2 มื้อ แต่มันก็น่าจะช่วยพวกคุณประหยัดเสบียงไปได้เยอะ ที่เหลือก็สุดแท้แต่พวกคุณจะจัดการเองแล้วกัน"
ทั้งหกคนย่อมเข้าใจความหมายแฝงในคำพูดของฮัวเหยียนจิ่น พวกเขาเอ่ยตอบว่า:
"ตกลงครับ แค่มีข้าวกินวันละมื้อพวกเราก็พอใจแล้ว ขอบคุณมากครับ!"
จากนั้น ด้วยความช่วยเหลือของคนในฐานทัพดินไม้ พวกเขาก็รีบขนย้ายของทั้งหมดขึ้นเฮลิคอปเตอร์ลำที่ใหญ่ที่สุดทันที!
เพื่อให้มีพื้นที่บรรจุอาหารได้มากที่สุด พวกเขาถึงกับยอมสละที่นั่งของตัวเองจนของกองพะเนินเต็มไปหมด
ผลคือในบรรดาทั้งหกคน มีสี่คนที่ต้องยืนเบียดเสียดกันกลับไป!
ทว่าพวกเขาก็ไม่มีใครปริปากบ่นแม้แต่คำเดียว
หลังจากกล่าวขอบคุณฮัวเหยียนจิ่นแล้ว พวกเขาก็รีบขับเฮลิคอปเตอร์มุ่งหน้ากลับทันที
ทุกคนต่างมีความสุขอย่างยิ่ง
คราวนี้พอกลับไปถึง ในที่สุดก็ได้กินอิ่มท้องเสียที
ส่วนฮัวเหยียนจิ่นก็สั่งให้คนนำเฮลิคอปเตอร์ทั้งสี่ลำที่ได้รับมาเข้าเก็บในโกดังเพื่อรอใช้งานในยามจำเป็น
หลังจากนั้น พวกเขาก็ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเป็นเวลาสองวัน
ทว่าผ่านไปได้ไม่นาน ราชาซอมบี้ที่เย่หยุนซีเคยปล่อยตัวไปก็เริ่มออกอาละวาดโจมตีฐานทัพอื่นๆ รวมถึงฐานทัพว่องไวด้วย
และฮัวเหยียนจิ่นก็ได้สืบหาข้อมูลตัวตนก่อนตายจากรูปลักษณ์ของชายคนนั้นมาจนได้!
คนคนนั้น เดิมทีเป็นถึงนักศึกษาปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยหัวต้า! นามว่า ฮั่วเซียวหราน
มหาวิทยาลัยหัวต้าคือมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศจีน!
เขานึกไม่ถึงเลยว่าคนคนนั้นจะเรียนจบจากที่นั่น!
แต่คนที่จบจากที่นั่นควรจะเป็นบุคลากรระดับสูงไม่ใช่เหรอ?
ทำไมถึงกลายเป็นซอมบี้ที่มีสติปัญญา แถมยังดูโหดเหี้ยมไร้ความเป็นมนุษย์ขนาดนี้?
เย่หยุนซีเอ่ยเสียงเรียบ "บางทีหลังจากที่เขาได้เห็นความโหดร้ายของมนุษย์ เขาอาจจะสิ้นหวังในตัวมนุษย์อย่างสมบูรณ์จนกลายเป็นคนแบบนี้ไป มันเป็นเรื่องปกติ!"
เย่หยุนซีเคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาเยอะ หลายคนกลายเป็นคนโหดเหี้ยม เลือดเย็น และไร้หัวใจ ก็เพราะผิดหวังในจิตใจคนอย่างถึงที่สุด
แต่มันก็ดีแล้วล่ะ เพราะในวันสิ้นโลก สิ่งที่เชื่อถือไม่ได้ที่สุดก็คือสันดานมนุษย์นั่นแหละ
จากการสืบสวนเชิงลึก
พวกเขาพบว่า ฮั่วเซียวหรานกำพร้าพ่อแม่มาตั้งแต่เด็กและเติบโตในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า เขารู้ดีว่าด้วยสภาพชีวิตแบบนี้ หากต้องการเปลี่ยนโชคชะตา มีเพียงทางเดียวคือต้องตั้งใจเรียนเท่านั้น!
ดังนั้นตั้งแต่เด็กจนโต ผลการเรียนของฮั่วเซียวหรานจึงโดดเด่นเป็นอันดับต้นๆ เสมอ และเพราะเรียนดี เขาจึงได้รับสิทธิเรียนฟรีตั้งแต่มัธยมต้น มัธยมปลาย ไปจนถึงมหาวิทยาลัย!
ไม่เพียงเท่านั้น ทางมหาวิทยาลัยยังมอบทุนการศึกษาให้เขาเป็นประจำทุกปี!
ก้อนที่ใหญ่ที่สุดนั้นสูงถึง 600,000 หยวน!
เขานำเงินก้อนนี้ไปจ่ายเงินดาวน์บ้านและซื้อรถหรู ในขณะที่เขากำลังคิดว่าความพยายามได้รับการตอบแทนและชีวิตกำลังเข้าสู่เส้นทางที่สวยงาม
ทันใดนั้น มหันตภัยวันสิ้นโลกก็มาเยือน
พรากเอาทุกอย่างที่เขามีไปจนสิ้น!
ทว่าเขาก็ไม่ได้สิ้นหวังในทันที เขายังเชื่อว่าภัยพิบัตินี้จะผ่านพ้นไปในไม่ช้า จึงยังคงรักษาทัศนคติที่ดีเอาไว้ได้!
ในระหว่างนั้น ด้วยความมีจิตใจเมตตา เขาได้แบ่งปันอาหารที่มีอยู่ให้แก่คนอื่น แต่กลับกลายเป็นการเปิดเผยความจริงว่าที่บ้านเขายังมีเสบียงตุนไว้ออกไปโดยไม่ตั้งใจ!
ด้วยเหตุนี้ เพื่อนบ้านที่รวบรวมกำลังกันมาจึงบุกเข้ามาปล้นชิง ไม่เพียงแต่แย่งอาหารไปจนหมด แต่ยังรุมรัดคอเขาจนตายคาที่!
ทว่าไม่รู้ว่าเป็นความต้องการของสวรรค์หรืออย่างไร หลังจากตายไป ฮั่วเซียวหรานกลับกลายเป็นซอมบี้ที่มีความนึกคิด!
เขาเข้าร่วมกับฝูงซอมบี้ เฝ้ารอโอกาสจนสามารถฆ่าเพื่อนบ้านทุกคนที่เคยแย่งชิงอาหารและพรากชีวิตเขาไป ก่อนจะฉีกกระชากร่างของพวกมันจนแหลกเป็นชิ้นๆ เพื่อล้างแค้นให้ตัวเอง
นับตั้งแต่นั้นมา ฮั่วเซียวหรานก็กลายเป็นคนเลือดเย็นไร้ความรู้สึก ในดวงตาของเขามีเพียงการอยู่รอดและผลประโยชน์เท่านั้น!
เพื่อการมีชีวิตรอดและเพื่อนำพาตัวเองไปสู่จุดที่สูงขึ้น เขาเริ่มรวบรวมซอมบี้ทีละตัว
เปลี่ยนอสุรกายที่ไร้สติปัญญาและไร้ความเป็นคนเหล่านั้นให้กลายเป็นลูกน้องของตน
ในเวลาอันสวดเร็วเขาก็สร้างฐานอำนาจจนมั่นคง
และก้าวขึ้นเป็นราชาซอมบี้ในพื้นที่แถบนี้
หลังจากรับรู้เรื่องราวชีวิตของฮั่วเซียวหราน
ทุกคนต่างก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจว่านี่คือบุคคลที่น่าสงสารคนหนึ่ง
ในขณะนี้ ฮั่วเซียวหรานกำลังนำทัพซอมบี้ชุดใหญ่บุกโจมตีฐานทัพว่องไว
ฐานทัพว่องไวถูกตีจนแตกพ่ายและต้องถอยร่นไม่เป็นขบวน
เทียนหานทนไม่ไหวจนต้องติดต่อมาขอความช่วยเหลือจากเย่หยุนซี:
"เย่หยุนซี เธอช่วยพากำลังคนมาช่วยพวกเราหน่อยได้ไหม? พวกเราจะยันไว้ไม่ไหวแล้ว!"
เย่หยุนซีเอ่ยด้วยความสงสัย "ระบบป้องกันฐานทัพพวกคุณก็ดีเยี่ยมไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงจะยันไว้ไม่ไหวล่ะ?"
พูดตามตรง เธอไม่ค่อยอยากจะเชื่อคำพูดนี้เท่าไหร่นัก ถึงแม้พลังโจมตีและความเร็วของซอมบี้จะเหนือกว่าคนธรรมดามาก แถมยังฟันแทงไม่เข้ายกเว้นแต่จะตัดหัวทิ้ง
แต่ซอมบี้ต่อให้แรงเยอะแค่ไหน การจะพังฐานทัพที่แข็งแกร่งดุจกำแพงเหล็กนั้นดูจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
เทียนหานถอนหายใจยาวพลางกล่าวว่า "เป็นเพราะไอ้พวกโง่ลูกน้องฉันมันประมาทศัตรูเกินไป พวกมันคิดว่าคนพวกนี้ก็แค่ฝูงสัตว์ประหลาดที่ไร้สมอง"
"พวกมันเลยนึกว่าแค่จัดการลวกๆ ก็คงจะปราบได้หมด ถึงขั้นเปิดประตูใหญ่ทิ้งไว้ และนั่นคือโอกาสทองที่ทำให้ฝูงซอมบี้บุกเข้ามาได้สำเร็จ ตอนนี้พวกมันใกล้จะยึดที่นี่ได้หมดแล้ว!"
เย่หยุนซีได้ฟังก็ถึงกับพูดไม่ออก "ซอมบี้พวกนี้ไม่เพียงแต่โจมตีแรง แต่ยังแพร่เชื้อได้ไวมากด้วย ขอแค่โดนเล็บพวกมันข่วนจนหนังเปิดแม้แต่นิดเดียว คนคนนั้นก็จบเห่ทันที!"
"ไม่กลายเป็นซอมบี้ก็ถูกรุมกินโต๊ะ ลูกน้องคุณไปกินดีหมีหัวใจเสือมาจากไหน ถึงได้กล้าประมาทสัตว์ประหลาดพวกนี้ขนาดนั้น?"
เทียนหานตอบ "ไว้ฉันรอดไปได้จะจัดการไอ้พวกโง่นั่นเอง แต่ตอนนี้เรื่องด่วนที่สุดคือต้องช่วยพวกเราพ้นจากวิกฤตนี้ก่อน!"
"หยุนซี ได้โปรดเห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าก่อนของเรา ช่วยฉันอีกสักครั้งเถอะ!"
เย่หยุนซีแค่นหัวเราะเบาๆ "เทียนหาน จำไว้นะ ระหว่างเราไม่เคยมีความผูกพันอะไรกันทั้งนั้น มีเพียงการแลกเปลี่ยนและผลประโยชน์เท่านั้น"
"คุณไม่ต้องพยายามใช้คำว่าความสัมพันธ์มาผูกมัดฉันหรอก"
เทียนหานได้ฟังก็รู้ซึ้งทันทีว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่มีเหตุผลและตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เขาจึงถามว่า:
"งั้นต้องทำยังไงเธอถึงจะยอมช่วย? ต้องการสิ่งตอบแทนอะไร? ขอแค่ฉันมี ฉันยอมให้ทุกอย่าง"
เย่หยุนซีเสนอเงื่อนไข "อย่างแรก ฉันช่วยคุณแล้ว คุณต้องส่งข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องให้ฉันเป็นระยะ และห้ามโกหกเด็ดขาด หากฉันพบว่าคุณตลบตะแลง คุณเตรียมรับผลที่จะตามมาได้เลย"
"อย่างที่สอง ช่วยจับตาดูความเคลื่อนไหวของพวกเย่หยุนกั๋วให้ฉันที ตอนนี้พวกเขาหนีไปเพราะฝนกรดจนกล้องวงจรปิดของฉันตามหาไม่เจอแล้ว"
"อย่างที่สาม การที่ฉันช่วยในครั้งนี้ถือว่าคุณติดค้างบุญคุณฉันหนึ่งครั้ง ครั้งหน้าถ้าฉันต้องการความช่วยเหลือ คุณห้ามอ้างเหตุผลใดๆ เพื่อปฏิเสธเด็ดขาด"
เทียนหานเมื่อได้ยินเงื่อนไขทั้งสามข้อ ก็ตอบตกลงแทบจะในทันทีโดยไม่ต้องคิด เพราะสำหรับเขาแล้วเรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร:
"ตกลง ฉันยอมรับเงื่อนไข เธอรีบส่งคนมาเถอะ!"
เย่หยุนซีตอบ "ไม่จำเป็นต้องส่งคนไปหรอก เพราะคนธรรมดาถืออาวุธไปก็ช่วยอะไรไม่ได้มากในสถานการณ์นี้"
"แล้วความหมายของเธอคือ?" เทียนหานเริ่มสงสัยว่าเย่หยุนซีจะใช้วิธีไหนมาช่วยเขา
เย่หยุนซีกล่าว "ฉันจะมอบระเบิดให้ลูกหนึ่ง คุณเอาระเบิดลูกนี้ไปโยนใส่กลางวงล้อมของฝูงซอมบี้ มันจะช่วยกวาดล้างซอมบี้ส่วนใหญ่ให้คุณเอง!"
"ส่วนที่เหลือ คุณก็จัดการเอาเองแล้วกัน!"
เทียนหานถามด้วยความกังวล "แกพูดว่าอะไรนะ? ระเบิดอะไร? แล้วระเบิดลูกนี้จะไม่ทำให้พวกเราพลอยได้รับบาดเจ็บไปด้วยงั้นเหรอ?"
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น